พยามเต็มที่แล้ว! สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เผยกลไกการจัดหาวัคซีนโควิด-19 รับจัดหาวัคซีนไม่ทัน พร้อมขอโทษประชาชน
เมื่อวันที่ (21 กรกฎาคม 2564) ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แถลงข่าวกลไกการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย
นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่ยังรอคอยวัคซีนอยู่ แต่ข้อมูลบางอย่างที่มีการสื่อสารกัน อาจจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น เราไม่มีระบบกลไกที่ดีในการจัดหาวัคซีน ทำงานแบบไม่มีหลักการ หรืออยากจะนำวัคซีนใดมาก็ไปหยิบมา หรือว่าวัคซีนที่เอามาไม่มีคุณภาพ หรือผู้ที่มีอิทธิพลในสื่อโซเซียล (influencer) สื่อสารออกไปก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งหลายเรื่อง ก็ไม่ค่อยเป็นธรรมกับผู้ทำงาน
“เมื่อสิ่งที่เราดำเนินการ ไม่เป็นไปตามสิ่งที่ท่านคาดหมายหรือประสงค์จะให้เป็น ท่านจะโยนข้อหาเรื่องการทุจริต เรื่องการเงินทอน เรื่องอะไรทั้งหลายมา ซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เราขอยืนยันว่าภายใต้การกำกับดูแลของ รมว.สาธารณสุข ขณะนี้ สธ. ทั้งกระทรวงฯ ตรวจสอบได้ เราไม่มีเรื่องของการทุจริตโดยเด็ดขาด” นพ.ศุภกิจ กล่าว
สำหรับสิ่งที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จะดำเนินการต่อไปมี 4 เรื่องหลักๆ ดังนี้
1 การจัดหาวัคซีน
1.1 เร่งรัดเจรจาการจัดหาวัคซีน โดยพิจารณาดำเนินการกับผู้ผลิตวัคชีนที่มีการพัฒนาวัคซีนรุ่นที่สอง (2nd Generation) ที่จะสามารถครอบคลุมไวรัสที่มีการกลายพันธุ์ (Variants of concern) โดยให้มีเป้าหมายการส่งมอบได้ภายในไตรมาส 1 ของปี 2565
2 การรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิต
2.1 เร่งรัดการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนด้วย Platform อื่นๆ นอกเหนือจาก Viral vector เช่น Inactivated Platform หรือ mRNA Platform หรือ Protein subunit เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้กระทรวงการต่างประเทศเข้ามามีบทบาทสำคัญ
3 การวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำ
3.1 สนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส รวมทั้งกำหนดแนวทางการขึ้นทะเบียนสำหรับวัคซีนที่วิจัยพัฒนาในประเทศ ทั้ง mRNA ของคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีนขององค์การเภสัชกรรม, วัคซีนของบริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด และวัคซีนของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จํากัด โดยในส่วนของคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและองค์การเภสัชกรรม เริ่มทำการทดสอบในคนแล้ว
3.2 แสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศในการทดสอบวัคชีนในมนุษย์ระยะที่ 3 เช่น ประเทศอินเดีย
4 ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.1 สนับสนุนการศึกษาภูมิคุ้มกันระยะยาวของผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้วัคซีนเข็มที่ 3 ในประชากรไทย
4.2 ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ไวรัสกลายพันธุ์ในปี 2565 อย่างใกล้ชิด
4.3 ติดตามความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม เพื่อพิจารณาการจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและหญิงตั้งครรภ์
ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า เรายังอยู่ในการเข้าร่วมกับโครงการโคแวกซ์ (COVAX) เพียงแต่ยังไม่ได้ลงนามในการทำความร่วมมือการจัดหาวันซีนร่วมกันผ่านโครงการโคแวกซ์ ซึ่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้เตรียมการเริ่มเจรจาโดยประสานงานไปที่องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนกาวี (Gavi) ในการขอเจรจาจัดหาวัคซีนร่วมกับโคแวกซ์ โดยมีเป้าหมายของการได้รับวัคซีนในปี 2565 เพิ่มเติมจากการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโดยลำพัง หากมีข้อสรุปชัดเจนจะเสนอผ่านคณะทำงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป ยืนยันว่าสถาบันวัคซีนจะดำเนินการเต็มที่อย่างสุดความสามารถ.
ข่าวเพิ่มเติม