ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับผู้เสียหายชายรายหนึ่ง อายุ 33 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องการเปิดเผยเรื่องราวให้เป็นอุทาหรณ์ หลังใช้บริการกู้เงินออนไลน์ แต่กลับถูกหลอกให้โอนเงินค่าค้ำประกัน หวังเตือนภัยสังคมไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อ
ผู้เสียหายได้นำหลักฐานเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพร้อมเล่าว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา ได้รับข้อความทางโทรศัพท์มือถือ เป็นลิงก์เข้าบัญชีไลน์ของบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง เมื่อกดเข้าไปดูพบว่าให้เข้าไปสมัครผ่านเว็บไซต์ ตนเองจึงเข้าไปกรอกข้อมูลลงทะเบียนเพื่อขอกู้เงิน 30,000 บาท พร้อมกับถ่ายรูปบัตรประชาชนหน้าหลัง และหน้าสมุดบัญชีธนาคารส่งไปให้ตามที่ระบุไว้ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ระบบแจ้งว่าสินเชื่ออนุมัติแล้ว พร้อมกับให้โอนเงินค้ำประกัน 10 เปอร์เซ็นต์ ตนเองหลงเชื่อโอนเงินไปให้ 3,000 บาท แต่ทางเจ้าหน้าที่สินเชื่อกลับแจ้งมาว่าตนเองกรอกเลขบัญชีผิด พร้อมบอกว่าต้องโอนเพิ่มอีก 9,000 บาท เพื่อแก้ไขข้อมูล หลังจากนั้นจึงจะโอนเงินส่วนที่เหลือกลับมาให้ทั้งหมด

“ตนเริ่มผิดสังเกตและตัดสินใจยกเลิก ขอเงินที่โอนไป 3,000 บาทคืน แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัทดังกล่าวกลับแจ้งมาว่า หากยกเลิกจะถูกดำเนินคดี ตนเองจึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.สันกำแพง เพราะมั่นใจว่าถูกหลอก ต่อมาได้ตรวจสอบไปยังบริษัทที่มีการกล่าวอ้าง พบว่าบริษัทนี้มีตัวตนอยู่จริง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหาย โทรศัพท์มาสอบถามกับทางบริษัทจำนวนมาก คาดว่าจะมีการแอบอ้างชื่อของบริษัทไปใช้ โดยบริษัทยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้ผู้ที่สมัครสินเชื่อ โอนเงินในการค้ำประกันแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบในสื่อสังคมออนไลน์ ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายคนที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน” ผู้เสียหาย กล่าว
ผู้เสียหายรายนี้ ยังบอกอีกวา ต้องการเงินมาลงทุนทำธุรกิจส่วนตัวแต่กลับมาถูกหลอก ช่วงนี้เชื่อว่าหลายคนกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินเช่นกัน จึงหวังให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน หากจะให้ดีควรตรวจสอบให้ดี ก่อนตัดสินใจส่งมอบเอกสารส่วนบุคคล และไม่ควรจ่ายเงินก่อนเด็ดขาด