เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา ชี้แจงกรณีโครงการก่อสร้างลู่วิ่งสนามกีฬาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ที่มีลักษณะหักศอก เผยเป็นการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีจำกัดเพื่อให้ได้สนามฟุตบอลตามมาตรฐานสากล ระบุลู่วิ่งดังกล่าวออกแบบมาเพื่อการเดินออกกำลังกาย ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกรีฑา

สืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมและประเด็นด้านความปลอดภัยของลู่วิ่งสนามกีฬาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่มีการออกแบบเป็นมุมเหลี่ยมหักศอกแทนทางโค้งมาตรฐาน

ล่าสุด นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา ในฐานะผู้ประสานงานงบประมาณสนับสนุนโครงการ ได้ออกมาให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่ชายแดนที่ต้องมีสนามกีฬาสำหรับจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเอกชนที่ไม่สามารถพัฒนาให้ถาวรได้ จึงได้ประสานงบประมาณจาก อบจ.สงขลา มาดำเนินการก่อสร้าง

ข้อจำกัดด้านพื้นที่และการตัดสินใจเชิงเทคนิค

นายเดชอิศม์ ชี้แจงว่า ปัญหาลู่วิ่งหักศอกเกิดจาก “ข้อจำกัดด้านขนาดของที่ดิน” โดยในการออกแบบเบื้องต้น หากต้องการให้มีทั้งสนามฟุตบอลและลู่วิ่งกรีฑาที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลทั้งคู่ พื้นที่ดังกล่าวจะไม่เพียงพอ หลังจากพิจารณาความจำเป็นและความคุ้มค่า จึงได้หารือกับทางเทศบาลในขณะนั้นเพื่อตัดสินใจ “จัดลำดับความสำคัญให้สนามฟุตบอลมีขนาดตามมาตรฐานสากลก่อน” เพื่อรองรับการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติได้

ส่วนพื้นที่ที่เหลือรอบสนามฟุตบอลซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำโค้งลู่วิ่งกรีฑามาตรฐาน จึงได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับเดินออกกำลังกายแทน ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการแข่งขันวิ่งกรีฑาแต่อย่างใด นายเดชอิศม์ระบุว่าพื้นที่ส่วนนี้เป็นส่วนเสริมจากการเน้นคุณภาพของสนามฟุตบอลหลัก

สถานะการดำเนินงานและการแก้ไข

ในด้านการตรวจรับงาน นายเดชอิศม์ยืนยันว่า ขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและ “ยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่” อย่างเป็นทางการ เมื่อ อบจ.สงขลา ดำเนินการเสร็จสิ้นและส่งมอบงานให้แก่เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์แล้ว ทางเทศบาลสามารถพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ลู่วิ่งมีความโค้งมนมากขึ้นตามความต้องการได้ แต่ยังคงย้ำว่าไม่สามารถทำให้เป็นลู่วิ่งเพื่อการแข่งขันกรีฑาระดับสากลได้เนื่องจากขนาดพื้นที่ไม่อำนวย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 35 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 8 เดือน ซึ่งปัจจุบันสนามฟุตบอลเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน พร้อมสำหรับการพัฒนาเป็นศูนย์กลางกีฬาในพื้นที่ชายแดนต่อไป