(23 ม.ค. 69) พรรคโอกาสใหม่ นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร. อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นพ. ทศพร เสรีรักษ์ และนายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดโอโซนวัน มาร์เก็ต ดอนเมือง เพื่อช่วยหาเสียงให้ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ผู้สมัคร สส. เขต 10 เบอร์ 9
ก่อนเริ่มการปราศรัย ผู้สมัคร สส. และประชาชนร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังจำนวนมาก ถือป้ายให้กำลังใจผู้สมัคร พร้อมมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยดาวเรือง โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนกล่าวอวยพรขอให้ได้รับชัยชนะ

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นพ. ทศพร ได้สาธิตการยืดเส้นยืดสายสำหรับผู้สูงอายุ ก่อนกล่าวถึงโครงสร้างประชากรว่า ปัจจุบันคนไทยเกิดน้อยลง และในอีก 60 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรไทยจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากพรรคโอกาสใหม่ได้รับโอกาส จะมีนโยบายส่งเสริมให้พ่อแม่มีลูก พร้อมดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้าถึงแพทย์ได้สะดวกมากขึ้น รวมถึงเตรียมเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา เพื่อเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเบื้องต้นเป็น 1,200 บาท และจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ โดยเสนอแนวคิดนำโรงเรียนที่ปิดตัวลงมาปรับใช้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
นายประภัสร์ กล่าวถึงปัญหาด้านคมนาคมในพื้นที่ดอนเมืองว่า แม้จะพัฒนาขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่ยังจำเป็นต้องมีถนนเชื่อมต่อเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเชื่อมกับถนนวิภาวดี พร้อมแสดงความห่วงใยปัญหาฝุ่น PM 2.5 และความปลอดภัยจากการจราจรหนาแน่น พร้อมย้ำว่าพรรคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และชื่นชม นางกนกนุช ว่าเป็นผู้สมัครที่ขยันและทำงานช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ดร. อนุสรี กล่าวถึงความผูกพันกับผู้สมัครว่า เคยร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วมปี 2554 และเห็นถึงความตั้งใจของนางกนกนุชที่ไม่เคยทอดทิ้งคนดอนเมือง ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งพรรค แม้จะเป็นพรรคเล็กและไม่มีบ้านใหญ่ พร้อมโต้กระแสโพลปลอมที่ระบุว่าผู้สมัครไม่ได้รับความนิยม ย้ำว่าคนดอนเมืองรู้ดีที่สุดว่าใครทำงานจริง
ขณะที่ นางกนกนุช กล่าวปราศรัยว่า การพัฒนาไม่ใช่เพียงคำสัญญา แต่ต้องลงมือทำให้เห็นจริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมยืนยันความตั้งใจทำงานเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน ตามสโลแกนพรรค “คนไทยมีสุข หมดทุกข์ หมดหนี้” และหากได้รับโอกาสเข้าสภา จะผลักดันนโยบายด้านการศึกษาและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นายจตุพร กล่าวปราศรัยปิดท้ายว่า ตนเคยลงพื้นที่ดอนเมืองช่วงน้ำท่วมและเห็นถึงบทบาทของนางกนกนุชที่อยู่เคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด พร้อมชูนโยบายพรรคโอกาสใหม่ที่เน้น “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” อาทิ การแช่แข็งหนี้ 3 ปี การลดค่าไฟเหลือ 500 บาท นโยบายธงเขียวลดต้นทุนปุ๋ยให้เกษตรกร การยกระดับการแปรรูปสินค้าเกษตร รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยแนวคิดดึงชาวต่างชาติวัยเกษียณมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
นายจตุพร ยังกล่าวถึงการรับมือภัยพิบัติและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่าพรรคมีแนวทางเตือนภัยล่วงหน้าและลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเสนอการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ด้วยการตัดวงจรการเงิน การสื่อสาร และเครือข่ายอย่างเด็ดขาด รวมถึงนโยบาย “เรียนจบต้องมีงานทำ” โดยย้ำว่าพรรคโอกาสใหม่ไม่ขายฝัน แต่เสนอนโยบายที่ทำได้จริงและทำทันที
ทั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่ย้ำจุดยืนว่า สวัสดิการต้องทั่วถึง นโยบายต้องสอดคล้องกับบริบทประเทศ และการเมืองต้องตอบโจทย์ชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง



