เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เพน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันว่าทางการกัมพูชาจะไม่เพิกเฉยต่อสิ่งที่ระบุว่าเป็นการกระทำทำลายล้างของกองทัพไทยต่อวัดโบราณและสถานที่ทางศาสนา ภายในอาณาเขตของกัมพูชา โดยคำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการแถลงข่าวประจำวันของหน่วยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เมื่อเช้าวันที่ 25 มกราคม 2569

เพน โบนา ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นการกระทำของกองทัพไทยในดินแดนกัมพูชา หน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ออกแถลงการณ์ประณามหลายฉบับ โดยเฉพาะ กระทรวงศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ประท้วงอย่างหนักแน่นต่อกรณีการสร้างและประดิษฐานพระพุทธรูปบนที่ตั้งของรูปปั้นพระวิษณุ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าถูกกองทัพไทยทำลาย ในพื้นที่อันเซ จังหวัดพระวิหาร

กระทรวงศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชาระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา และขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามการใช้กำลังเพื่อยึดครองดินแดน อีกทั้งยังขัดแย้งกับคำมั่นของฝ่ายไทยที่แสดงเจตนาจะแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ภายหลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และปฏิญญาร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่ฝ่ายไทยเคยให้ไว้ โดยกัมพูชาเรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ประท้วงการกระทำของกองทัพไทยต่อ วัดตะเกรเบ และการก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียง โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักการสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ วัดตะเกรเบซึ่งกัมพูชาระบุว่าได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการยิงปืนใหญ่ของกองทัพไทย ถือเป็นโบราณสถานที่ได้รับการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อและประเพณีของชาวกัมพูชามาแต่โบราณ

กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมจึงเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงโครงการต่าง ๆ รอบวัดตะเกรเบ ซึ่งกัมพูชายืนยันว่าอยู่ภายในอาณาเขตอธิปไตยของตน และให้หันมาแก้ไขปัญหาพรมแดนด้วยสันติวิธีตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ค.ศ. 1904 และ 1907

สำหรับกรณี ปราสาทพระวิหาร กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ระบุถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทิ้งระเบิดและการยิงปืนใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างปราสาท บริเวณโดยรอบ และวัดแก้วสิขคิริศวร พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนมาตรการเร่งด่วนในการปกป้องและอนุรักษ์โบราณสถานดังกล่าว รวมถึงเคารพกฎหมายมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ประท้วงอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกองทัพไทย โดยมองว่าขัดต่อมาตรการลดความตึงเครียดตามปฏิญญาร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างครบถ้วนและจริงใจ

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลกัมพูชายังย้ำว่า กัมพูชายืนหยัดในการปกป้องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชา–ไทย ตามที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนอินโดจีน–สยาม โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักเส้นเขตแดนที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Uti Possidetis Juris) และสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า กัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง