เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เมื่อเวลา 08.48 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่อง “บาร์โค้ด (Barcode)” บนบัตรเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าไม่กระทบต่อหลักการออกเสียงโดยตรงและลับของประชาชน

ย้ำ 2 หลักการสำคัญ “โดยตรงและลับ” ควบคู่ “เสรีและเป็นธรรม”

เลขาธิการ กกต. ระบุว่า หลักการออกเสียงโดยตรงและลับ เป็นหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ของ สหประชาชาติ ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยผู้มีสิทธิลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดสามารถทราบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร

ขณะเดียวกัน หลักความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเลือกตั้งที่ “เสรีและเป็นธรรม (Free & Fair)” เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมถึงการควบคุมและบริหารจัดการบัตรให้ถูกต้อง

ชี้ Barcode ใช้เพื่อความปลอดภัย ไม่เชื่อมโยงตัวผู้ใช้สิทธิ

นายแสวงอธิบายว่า การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยของบัตรและกระบวนการเลือกตั้ง โดยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของการลงคะแนนโดยตรงและลับ พร้อมย้ำว่า หากมีผู้สังเกตการณ์ถ่ายภาพบัตรที่มีบาร์โค้ด จะไม่สามารถทราบได้อย่างแน่นอนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร

ทั้งนี้ กระบวนการเลือกตั้งถูกออกแบบให้มีการแยกเก็บ “บัตรเลือกตั้ง – ต้นขั้วบัตร – บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ” ไว้คนละส่วน บรรจุในถุงที่รัดสายและเก็บแยกหีบกัน รวมถึงใช้บุคลากรคนละชุดในแต่ละขั้นตอน เช่น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ผู้จ่ายบัตร อนุอำเภอ และสำนักงาน กกต.จังหวัด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลแบบครบวงจร

เปิดหีบได้เฉพาะกรณีมีคำร้อง และต้องมีคำสั่งศาล

เลขาธิการ กกต. ระบุชัดว่า ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าถึงเอกสารทั้ง 3 ส่วนได้โดยไม่มีคำสั่งศาล และหากมีการเปิดหีบตามคำสั่งศาล ก็จะเปิดเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อการพิจารณาคำร้องกรณีมีข้อกล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยจะไม่เปิดเอกสารทั้งสามส่วนพร้อมกัน

นอกจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกระทำผิด เช่น ถ่ายภาพบัตรในขั้นตอนจ่ายบัตร ซึ่งโดยสภาพจะเป็นเพียงบัตรเปล่า ระบบบาร์โค้ดจะสามารถระบุได้ทันทีว่าบัตรดังกล่าวมาจากหน่วยใด และเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้จ่ายบัตร โดยขณะนี้มีข้อมูลว่าพบกรณีลักษณะดังกล่าว 2 ราย และจะดำเนินการตามกฎหมาย

ช่วงท้าย นายแสวงย้ำว่า ต้องแยกกระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ ออกจากการกระทำผิดเฉพาะตัวบุคคล หากมีผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเลือกตั้งโดยรวมจะเสียหายแต่อย่างใด

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

กกต.ย้ำ บัตรเลือกตั้งมีรหัสไม่กระทบความลับ ลงคะแนนยังเป็น “โดยตรงและลับ”

วันสุดท้าย โหวตประชาพิจารณ์ ร่างระเบียบเลือกตั้งประกันสังคมฉบับใหม่