เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมหญิงชาวยูกันดา 2 ราย ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังสืบทราบว่าลักลอบให้บริการค้าประเวณีผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีรายได้สูงถึงเดือนละประมาณ 500,000 บาท
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้กวดขันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว โดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากนักท่องเที่ยวว่ามีกลุ่มหญิงชาวต่างชาติลักลอบค้าประเวณี และอาจมีพฤติกรรมลักทรัพย์สินหลังใช้บริการ
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp ตกลงค่าบริการ 5,000 บาท ต่อการรับงาน 2 ครั้ง เมื่อสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่
-
นางเจเน็ท อายุ 32 ปี สัญชาติยูกันดา
-
นางมาเรียม อายุ 29 ปี สัญชาติยูกันดา
ขณะกำลังให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติภายในบ้านพัก
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาลักลอบค้าประเวณีบนเกาะพะงันได้ประมาณ 2 เดือน เน้นให้บริการลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก เฉลี่ยวันละ 3–4 คน รวมกว่า 180 ครั้ง สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 500,000 บาท โดยเงินที่ได้จะรวบรวมส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศต้นทาง
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มั่วสุมในสถานค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น และโฆษณาชักชวนหรือแนะนำด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการค้าประเวณี” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวยืนยันจะเดินหน้ากวาดล้างการกระทำผิดที่กระทบต่อภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ข่าวที่น่าสนใจ
ด่วน! สมาคมค้าทองเตรียมเคาะราคาพิเศษวันอาทิตย์นี้ จับตาสงครามฉุดราคาทองพุ่งแรงจ่อแตะ 1 แสนบาท
พลังงานไทยสั่งด่วนคุมส่งออก เปิดศูนย์ฉุกเฉิน รับมือวิกฤตน้ำมัน หลังเกิดสงครามในอิหร่าน