เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) โดยมีวาระสำคัญให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งดำเนินการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2

ภายหลังตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สส.อาวุโสสูงสุด ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานชั่วคราว พร้อมกำชับให้ที่ประชุมปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ก่อนเปิดให้เสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ

ต่อมา ประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ โสภณ ซารัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดต ส่งผลให้ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์และลงคะแนนลับ

เวลา 09.48 น. นายพริษฐ์ กล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอชื่อตน พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนเคารพสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร รวมถึงเสนอแนวทางพัฒนาประเทศ

สำหรับวิสัยทัศน์ต่อบทบาทประธานสภาฯ นายพริษฐ์ระบุว่า ภารกิจสำคัญที่สุดคือการกอบกู้ความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลาง ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าการตักเตือนเมื่อมีการฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือการพิจารณาญัตติและร่างกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1️⃣ ต้องไม่วางตัวเป็นกลางระหว่าง “การหยุดอยู่กับที่” กับ “การพัฒนา” โดยควรนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพงานนิติบัญญัติ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลคำอภิปราย และเพิ่มโอกาสการประชุมออนไลน์
2️⃣ ต้องไม่เป็นกลางระหว่าง “ความลับ” กับ “ความโปร่งใส” พร้อมเสนอให้จัดทำแดชบอร์ดเปิดเผยข้อมูลการทำงานของ สส. เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้
3️⃣ ต้องไม่เป็นกลางระหว่าง “การใช้งบฟุ่มเฟือย” กับ “การปกป้องภาษีประชาชน” โดยควรทบทวนงบประมาณที่ไม่จำเป็น
4️⃣ ต้องไม่เป็นกลางระหว่าง “อำนาจของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” กับ “อำนาจของประชาชน” พร้อมย้ำให้สภาปกป้องเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนการลงคะแนน มีการหารือเรื่องหลักเกณฑ์บัตรลงคะแนน กรณีสะกดชื่อผู้ถูกเสนอชื่อผิด โดยในเบื้องต้นประธานชั่วคราววินิจฉัยว่าอาจถือเป็นบัตรเสีย แต่ภายหลังได้ปรับแนวทางให้ใช้ดุลยพินิจของกรรมการนับคะแนน โดยให้ยึดเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนเป็นหลัก

ทั้งนี้ การเลือกประธานสภาฯ ครั้งนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติในวาระ 4 ปีข้างหน้า รวมถึงบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาล และขับเคลื่อนกระบวนการทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศต่อไป

ข่าวที่น่าสนใจ

กรมการปกครองสั่งเบรก พรรคประชาชนใช้ระบบอ่านบัตร Smart Card ปมข้อมูลรั่ว

โซเชียลเดือด นาทีแฟนคลับฉกตุ๊กตาจากศิลปินหนุ่ม โอ๊ค Little John กลางคอนเสิร์ต (มีคลิป)