เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

 

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 11 เมษายน 2569 พ.ต.ท.ธงชัย แก้วจรูญ สารวัตร (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณถนนทางคู่ขนาน ถนนสายเอเชียขาออก หลักกิโลเมตรที่ 22 ก่อนถึง เรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ มูลนิธิพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายภัทรพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สภาพมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์สภาพพังเสียหาย ไฟหน้าและบังโคลนแตกกระจาย นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าคาดสีดำ ภายในมีแท็บเล็ตและเอกสารของผู้เสียชีวิต

ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตมีสายเรียกเข้าอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงใช้นิ้วมือสแกนปลดล็อกเครื่องเพื่อรับสายและแจ้งข่าวร้ายให้ญาติทราบ ต่อมา ยายของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึง เมื่อเห็นร่างหลานชายถึงกับร้องไห้เสียใจอย่างหนักจนเป็นลม เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฐมพยาบาล

ภายหลังฟื้นคืนสติ ยายได้ขอจับเท้าหลานชายเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ทำไมหนูต้องทิ้งแม่ แล้วแม่จะอยู่กับใคร” สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น ก่อนที่ยายจะเป็นลมหมดสติอีกครั้ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ และพักอาศัยอยู่กับยาย

ด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ระบุว่า ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีที่ออกหาปลา พบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ริมทาง เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยเครื่องยนต์รถเย็น คาดว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนมีผู้มาพบระยะหนึ่ง

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และคาดว่าสาเหตุอาจมาจากบริเวณดังกล่าวไฟฟ้าส่องสว่างดับเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้ถนนมืด ผู้เสียชีวิตอาจมองไม่เห็นเส้นทางจนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ครูจวง เปิดใจลาออกผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ปชน. ไปร่วมงาน รมช.ศึกษา

เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 11 เม.ย. แก๊สโซฮอล์-ดีเซล ลดแรงสูงสุด 6 บาท