คดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อชายวัย 26 ปี ถูกหลอกมารับโทรศัพท์มือถือคืน ก่อนถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในร้านตัดผม โดยผู้ก่อเหตุคือเจ้าของร้านวัย 58 ปี ร่วมกับภรรยาอีก 2 คน ล่าสุดตำรวจแจ้งข้อหาหนัก พร้อมคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอัตราโทษสูง
จากกรณี นายฐิติ หรือ “ตี๋” อายุ 26 ปี ถูกนายจีราวัฒน์ หรือ “เอก” อายุ 58 ปี เจ้าของร้านตัดผม ออกอุบายลวงให้มารับโทรศัพท์มือถือคืนที่ร้าน ก่อนร่วมกับภรรยาคนที่ 1 และภรรยาคนที่ 2 ซึ่งเป็นหญิงชาวลาว ลงมือก่อเหตุจับมัดมือ และใช้สากกะเบือทุบศีรษะอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตภายในร้าน
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้พยายามจัดฉากอำพรางคดี ด้วยการนำมีดปลายแหลมยัดใส่มือผู้ตาย และอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว โดยระบุว่าผู้ตายเดินถือมีดเข้ามาภายในร้านเพื่อขอยืมเงินจำนวน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม หลักฐานสำคัญเป็นคลิปเสียงจากลูกค้าหญิงที่อยู่ในร้าน สามารถบันทึกช่วงเวลาที่ผู้ตายร้องขอความช่วยเหลือไว้ได้อย่างชัดเจน สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้ควบคุมตัวนายจีราวัฒน์ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธยาน์ ภรรยาคนที่ 1 และภรรยาคนที่ 2 มาสอบปากคำตลอดทั้งคืน โดยผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าเป็นการป้องกันตัว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไตร่ตรองไว้ก่อน” และ “ร่วมกันปกปิด ซ่อนเร้น อำพรางการเสียชีวิต” ก่อนควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีความร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
ระหว่างการควบคุมตัวออกจากห้องสอบสวน นายจีราวัฒน์กล่าวกับสื่อเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ได้วางแผนฆ่า แต่เป็นการป้องกันตัว และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงคลิปเสียงนาทีที่ผู้ตายร้องขอชีวิต เจ้าตัวมีท่าทีอึ้ง ก่อนก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังอ้างอีกว่า ตนมีภรรยารวมทั้งหมด 28 คน แต่ปัจจุบันอยู่ร่วมกันเพียงคนเดียว ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป