เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักเขตแดนไทยบริเวณชายแดน จ.สุรินทร์ ถูกทำลายและเคลื่อนย้าย ขณะที่พื้นที่สระแก้วยังตึงเครียด ชาวบ้านกังวลเหตุเผชิญหน้าระหว่างทหารสองฝ่ายถี่ขึ้น ท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนที่ยังไร้ข้อยุติ
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เข้าตรวจสอบบริเวณชายแดนด้านอำเภอบัวเชด
จากการตรวจสอบบริเวณเนิน 424 เจ้าหน้าที่พบว่า หลักเขตแดนที่ 4 ถูกทำลาย เหลือเพียงเศษซากฐานที่ฝังอยู่ในดิน โดยเบื้องต้นเชื่อว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว และอาจมีมาตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในอดีต

ต่อมาในการลาดตระเวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบหลักเขตแดนที่ 2 ถูกทำลายและมีการเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมเข้ามาในฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งเดิมที่แน่ชัดได้ โดยบริเวณใกล้เคียงพบร่องรอยเส้นทางลาดตระเวนเก่าของทหารกัมพูชา
แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาความไม่ชัดเจนและความเปราะบางของแนวเขตแดน ซึ่งยังคงเป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าบรรยากาศยังคงตึงเครียด หลังฝ่ายไทยตรวจพบความพยายามปรับเปลี่ยนเส้นทางน้ำในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นแบ่งเขตแดนในอนาคต

รายงานระบุว่า ระหว่างการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย มีเหตุเผชิญหน้าและโต้เถียงกันเกิดขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากต่างฝ่ายยังคงยืนยันสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว
ด้านชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เริ่มมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากความถี่ของการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้น และเกรงว่าอาจนำไปสู่เหตุปะทะ หากไม่มีการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ปัญหาแนวเขตแดนไทย–กัมพูชายังคงเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยการเจรจาและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย