เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ตำรวจ บก.ปอศ. ภายใต้การนำของ CIB เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแอปเงินกู้เถื่อนกว่า 30 แอป จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าให้ขบวนการนายทุนจีน พบเรียกดอกเบี้ยมหาโหดสูงถึงร้อยละ 3,780 ต่อปี ข่มขู่ลูกหนี้-โพสต์ประจานออนไลน์ มีเหยื่อกว่า 20,000 ราย เงินหมุนเวียนในระบบพุ่งทะลุ 1,000 ล้านบาท

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยรวม 4 ราย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอุดรธานี หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย น.ส.รุ่งนภา อายุ 22 ปี ถูกจับได้ภายในซอยรามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร, นางอรนุช อายุ 56 ปี และ นายศรัณย์ อายุ 29 ปี ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี รวมถึง น.ส.ฉันทนี อายุ 33 ปี ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก หลังถูกหลอกให้กู้เงินผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์หลายรายการ อาทิ “BMP Lending”, “สินเชื่อมือโปร”, “vita shelf”, “ทรัพย์พลัส” และแอปอื่น ๆ ในเครือข่ายรวมกว่า 30 แอปพลิเคชัน

จากการตรวจสอบพบว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวจะบังคับให้ผู้กู้ยินยอมเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวภายในโทรศัพท์มือถือ ทั้งรายชื่อผู้ติดต่อและรูปภาพ หากไม่อนุญาตจะไม่สามารถกู้เงินได้ โดยผู้กู้จะต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนภายใน 7 วัน และถูกคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 3,780 ต่อปี

หากลูกหนี้ผิดนัดชำระ จะถูกโทรศัพท์ข่มขู่ คุกคาม ใช้ถ้อยคำหยาบคาย รวมถึงนำรูปภาพไปโพสต์ประจานบนโลกออนไลน์ สร้างความอับอายและความเดือดร้อนแก่ผู้เสียหายจำนวนมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนเส้นทางการเงิน พบเครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีธนาคารเกี่ยวข้องอย่างน้อย 21 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมมากกว่า 1,000 ล้านบาท และพบผู้เสียหายมากกว่า 20,000 ราย โดยมียอดกู้เฉลี่ยรายละประมาณ 2,000 บาท

ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามีนายทุนชาวจีนอยู่เบื้องหลังจำนวน 5 ราย รวมถึงกลุ่มคนไทยที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารให้เครือข่ายใช้รับโอนเงิน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยทั้ง 4 รายดังกล่าว

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามตัวนายทุนชาวจีนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจ บก.ปอศ. ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะนอกจากจะเสี่ยงถูกเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายแล้ว ข้อมูลส่วนตัวในโทรศัพท์มือถือยังอาจถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายได้อีกด้วย โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง.