จากกรณีที่ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงกรณีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและลู่วิ่งราคาสูงของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า “รอดยกแก๊ง” จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น
ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด และยังไม่มีการลงโทษตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมา เนื่องจากผลสอบสวนที่ถูกกล่าวถึงเป็นเพียงข้อเสนอจากคณะกรรมการสอบสวนที่ส่งขึ้นมาเท่านั้น
เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) และฝ่ายบริหาร พบว่าบทลงโทษที่เสนอมาเบาเกินไป จึงมีมติให้ส่งเรื่องกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าฝ่ายบริหารไม่ได้ยอมรับผลดังกล่าว แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้” จึงต้องให้มีการพิจารณาใหม่ พร้อมขอให้ประชาชนรอผลสอบสวนที่ชัดเจน
นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครยังดำเนินการตรวจสอบควบคู่กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีอำนาจตรวจสอบได้กว้างกว่า โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะที่ กทม. สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบวินัยและระเบียบราชการ
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงกระบวนการจัดทำและเสนองบประมาณใหม่ โดยกำหนดให้ทุกโครงการต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน รอบคอบ และตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันอีก
“ไม่ใช่แค่ลงโทษคนผิด อันนั้นต้องทำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีผลในการเปลี่ยนโครงสร้างของการเสนองบประมาณด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ” นายชัชชาติกล่าว
พร้อมกันนี้ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ระบุด้วยว่า หากได้รับโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง จะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะเป็นประเด็นที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่นำข้อมูลออกมาเปิดเผย ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการตรวจสอบ ทบทวน และนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการทำงานของกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.