ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังตัดสินใจเดินออกจากการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการพิจารณาโครงการ “TH-AI Passport” ภายหลังเกิดการโต้เถียงและเปิด-ปิดไมโครโฟนประท้วงตอบโต้กันระหว่าง น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณฯ และนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ทั้งสองจากพรรคประชาชน
นายศุภชัย กล่าวว่า ตนเข้าใจถึงเจตนาของประธานกรรมาธิการทั้งสองคนที่ต้องการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ก็พร้อมชี้แจงและไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการนำคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เข้ามาร่วมพิจารณา ทั้งที่มองว่าไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีมติร่วมจากกรรมาธิการทั้งหมด
แกนนำพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า การประชุมร่วมระหว่างกรรมาธิการหลายคณะจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนและข้อบังคับของสภาอย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน พร้อมวิจารณ์ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นมีความคลุมเครือ และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมตามมา
“ทุกอย่างต้องยึดหลัก Due Process หรือกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การเป็นประธานกรรมาธิการไม่ใช่การเป็นเจ้าขององค์กร ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยมติร่วมกัน ไม่ใช่ตัดสินใจเพียงลำพัง” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัยยังกล่าวว่า แม้จะไม่ส่งเรื่องดังกล่าวให้ประธานรัฐสภาพิจารณา แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด พร้อมวิจารณ์ว่าการนำประเด็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเชื่อมโยงกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อเข้าสู่การประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการ เป็นการตีความที่ไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ นายศุภชัยประกาศจุดยืนว่า จะไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาในฐานะกรรมาธิการ เนื่องจากเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อการขัดข้อบังคับของสภา และอาจนำไปสู่ปัญหาด้านจริยธรรมร้ายแรงได้
“ผมขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้ กมธ.กฎหมายฯ ประชุมเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้ผมจะเข้าไปนั่งฟังเล่นๆ จิบน้ำชา จิบกาแฟ ดูพวกเขามั่วกันไป ก็ไม่เป็นไร” นายศุภชัย กล่าว