เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

“การดี เลี่ยวไพโรจน์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ปมโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ชี้มีข้อกังวลทั้งเรื่องความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของ “ไชยชนก” ว่าจะทบทวนหรือปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่อไป.

การดี เลี่ยวไพโรจน์ (ดร.อ้อ) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์กรณีโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงบทบาทของ ไชยชนก ชิดชอบ ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ว่าจะยังปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่อไป หรือจะเข้ามารับผิดชอบต่อข้อกังวลที่เกิดขึ้น

ดร.อ้อ ระบุว่า จากการติดตามข้อมูลและการประชุมของคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณที่ผ่านมา พบว่ามีข้อสังเกตหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทั้งความซ้ำซ้อนของแพลตฟอร์ม AI ที่มีอยู่แล้ว การใช้งบประมาณที่อาจไม่คุ้มค่า ตลอดจนความไม่ชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลหรือไม่

ดร.อ้อ ระบุว่า มีแพลตฟอร์มที่มีลักษณะใกล้เคียงกันและสามารถใช้งานได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น OKMD AI Playground ซึ่งใช้งบประมาณเพียงหลักล้านบาท รวมถึง Plan B AI Passport ที่ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ของการล็อกโครงการไว้ล่วงหน้า ก่อนนำมาของบประมาณภาครัฐในภายหลัง

นอกจากนี้ ดร.อ้อ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญา รายชื่อคณะกรรมการตรวจรับงาน และรายงานผลการดำเนินงานงวดแรก พร้อมระบุว่า ผู้ร่าง TOR ของโครงการไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งยิ่งเพิ่มข้อกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการ

อีกประเด็นสำคัญคือ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมของประชาชนกว่า 5 ล้านคน โดยนายการดี ตั้งคำถามถึงความพร้อมของภาครัฐในการดูแลข้อมูลขนาดใหญ่ดังกล่าว หลังพบข้อมูลทางเทคนิคว่า การประมวลผลบางส่วนอาจต้องส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจขัดกับวัตถุประสงค์ของ TOR ที่กำหนดให้มีการประมวลผลภายในประเทศ และกระทบต่อหลักอธิปไตยข้อมูลของไทย

ดร.อ้อ ยังวิเคราะห์ว่า หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อที่รัฐมนตรีเคยระบุไว้สำหรับการพักหรือยุติโครงการ ได้แก่ การมีความผิดปกติที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย การใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า และการไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีข้อกังวลที่เข้าข่ายทั้งสามประเด็นแล้ว

“เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นรอบด้าน ทั้งเรื่องความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลควรแสดงความชัดเจนว่าจะปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่อไป หรือจะทบทวนเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” ดร.อ้อ ระบุ