“เบนซ์ เรซซิ่ง” ร้องเร่งล่าตัวอดีตทนายความ หลังสูญเงิน 3.1 ล้าน อ้างช่วยประกันตัว ก่อนถูกออกหมายจับศาลฎีกา
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อขอความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าการจับกุมอดีตทนายความรายหนึ่ง หลังระบุว่าถูกหลอกให้จ่ายเงิน 3.1 ล้านบาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการเรื่องประกันตัวได้ แต่ไม่สามารถดำเนินการตามที่ตกลงไว้ และไม่คืนเงินตามสัญญา
เบนซ์เปิดเผยว่า ขณะทำข้อตกลง อดีตทนายความรายดังกล่าวรับเงินจำนวน 3,100,000 บาท พร้อมทำสัญญาว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ จะคืนเงินจำนวน 3,000,000 บาท โดยมีการบันทึกภาพการรับเงินไว้เป็นหลักฐาน แต่เมื่อครบกำหนดกลับไม่คืนเงินตามข้อตกลง
ภายหลัง เบนซ์ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งจนศาลมีคำพิพากษาให้ชดใช้เงินคืน แต่ระบุว่าไม่สามารถบังคับคดีได้ เนื่องจากคู่กรณีมีการยักย้ายทรัพย์สิน จนท้ายที่สุดถูกศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
นอกจากนี้ อดีตทนายความรายดังกล่าวยังถูกสภาทนายความมีมติลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ หลังพบพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ยังถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาเบิกความเท็จและฟ้องเท็จ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกรวม 3 ปี ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องข้อหาเบิกความเท็จ แต่คงโทษจำคุกในข้อหาฟ้องเท็จเป็นเวลา 8 เดือน
เบนซ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา อดีตทนายความไม่ได้เดินทางมาศาล ส่งผลให้ศาลออกหมายจับเพื่อติดตามตัว ทำให้ตนเข้าร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานตำรวจติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย
เบนซ์ยังอ้างว่า ในช่วงที่ผ่านมา เคยถูกบุคคลโทรศัพท์มาข่มขู่ให้ถอนฟ้อง โดยขู่ว่าหากไม่ยอมจะถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำยาเสพติดมาใส่ร้าย พร้อมฝากถึงอดีตทนายความรายดังกล่าวให้กลับมาต่อสู้คดีและรับฟังคำพิพากษาเช่นเดียวกับที่ตนเคยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า ได้ประสานตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อติดตามตัวผู้ถูกออกหมายจับแล้ว หลังพบเบาะแสความเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ และหากควบคุมตัวได้จะดำเนินการส่งศาลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป