กองปราบลงพื้นที่ตรวจ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” กาญจนบุรี หลังผู้เสียหายร้อง “โหนกระแส” ปมขัดแย้งลูกชาย-กิจการพันล้าน
วานนี้ (5 ต.ค. 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (กก.5 บก.ป.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีผู้ร้องเรียนผ่านรายการ “โหนกระแส” โดยกล่าวอ้างถึงปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว รวมถึงประเด็นกิจการมูลค่าระดับพันล้านบาท และการถูกนำตัวเข้าพักในศูนย์ดูแลดังกล่าว
เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าพบ ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ หรือ “แมว” เจ้าของและผู้บริหารศูนย์ ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในสถานประกอบการ

ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ให้ข้อมูลว่า เดิมจบหลักสูตรพยาบาลทหารอากาศและเคยรับราชการจนมียศร้อยเอก ก่อนลาออกมาทำงานกับโรงพยาบาลเอกชนใน จ.กาญจนบุรี และเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2549 ต่อมาในปี 2564 เปลี่ยนประเภทเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิง โดยระบุว่าได้รับอนุญาตและผ่านการตรวจต่ออายุจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 กระทรวงสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการต่ออายุครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569
ปัจจุบันศูนย์มีเจ้าหน้าที่ 19 คน ดูแลผู้รับบริการทั้งหมด 92 คน แบ่งเป็นชาย 75 คน และหญิง 17 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวช นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุและผู้เข้ารับการฟื้นฟู

จากการนำตรวจภายใน เจ้าของศูนย์ระบุว่า มีการแบ่งพื้นที่ผู้ป่วยชายและหญิงออกจากกัน รวมถึงจัดห้องพักหลายประเภทตามความเหมาะสมของผู้รับบริการ ส่วนกรณีห้องพักที่ติดตั้งลูกกรงเหล็ก ชี้แจงว่าใช้สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรงและมีพฤติกรรมทำลายสิ่งของ โดยมีวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ป่วยภายในศูนย์
ส่วนกรณีของ น.ส.นภัทร ผู้ร้องเรียน ร.อ.หญิง ภรเสริมสิริ ชี้แจงว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2567 ลูกชายเป็นผู้ติดต่อขอนำมารดาเข้าพักที่ศูนย์และเป็นผู้พามาส่งเอง ทางศูนย์จึงไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการใส่กุญแจมือระหว่างการนำตัวมาตามที่มีการกล่าวอ้าง

เจ้าของศูนย์ระบุอีกว่า ระหว่างพักอาศัย น.ส.นภัทร เคยพูดถึงความรู้สึกว่าถูกลูกชายทอดทิ้ง โดยพักอยู่ในห้องเดี่ยวปรับอากาศ ต่อมาทางศูนย์เห็นว่ามีอาการปกติและเจ้าตัวต้องการกลับไปอยู่กับลูกชาย จึงประสานให้ครอบครัวมารับกลับไปตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2569 ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นร้องเรียนและได้รับความสนใจในเวลาต่อมา
