วันที่ 1 ธ.ค.68 เกิดกระแสสะเทือนวงการการศึกษา เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่เอกสารประกาศจาก โรงเรียนไผทอุดมศึกษา แจ้งยุติการจัดการเรียนการสอนและเตรียมปิดกิจการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป หลังเผชิญปัญหาทางการเงินและจำนวนผู้เรียนลดลงต่อเนื่อง จนไม่สามารถบริหารโรงเรียนต่อได้
ประกาศระบุว่า โรงเรียนไผทอุดมศึกษาเปิดทำการมากว่า 55 ปี ทำหน้าที่ปลูกฝังและพัฒนานักเรียนจำนวนมากให้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพของสังคม แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศต้องเผชิญความท้าทายรุนแรง โดยเฉพาะปีการศึกษา 2567 ที่มีสถานศึกษาปิดตัวมากกว่า 40 แห่ง
สาเหตุหลักของวิกฤตครั้งนี้มาจาก
-
จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างประชากรเปลี่ยนสู่สังคมผู้สูงวัย
-
เศรษฐกิจที่ซบเซาและไม่มั่นคง ประกอบกับผลพวงของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อในช่วงปี 2563–2564 ส่งผลให้ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียน หรือชำระล่าช้าเป็นเวลานาน
เมื่อผนวกกับต้นทุนการบริหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าวิชาการ ค่าสาธารณูปโภค ค่าแรงขั้นต่ำ และการปรับฐานเงินเดือนครูตามนโยบายรัฐ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านมาตรการสุขอนามัย โรงเรียนจึงต้องแบกรับภาระหนักจนเกิดภาวะขาดสภาพคล่อง
แม้ในปีการศึกษา 2568 โรงเรียนจะพยายามปรับตัวเต็มที่ ทั้งการลดขนาดโรงเรียน ลดบุคลากร และปรับระบบภายในหลายด้าน แต่ภาวะทางการเงินยังไม่สามารถรองรับการดำเนินงานในระยะยาวได้ ทำให้คณะกรรมการบริหารต้องตัดสินใจครั้งสำคัญคือ ยุติกิจการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569
เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนเตรียมดำเนินการดังนี้
แจกเอกสารการศึกษา
นักเรียนทุกคนจะได้รับ หนังสือรับรองการเป็นนักเรียน (ปพ.7) จำนวน 2 ชุด และ ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) จำนวน 1 ชุด ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 เพื่อใช้ในการย้ายสถานศึกษา
ประสานโรงเรียนใกล้เคียงเพื่อรองรับนักเรียน
โรงเรียนได้ติดต่อสถานศึกษากว่า 20 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเปิดโอกาสรับนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ อาทิ
โรงเรียนอนุบาลแสงโสม, โรงเรียนสายอักษร, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม, โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด (ลาดพร้าว–รังสิต), โรงเรียนดรุณพัฒน์, โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี, โรงเรียนโชคชัย (ลาดพร้าว–รังสิต–หทัยราษฎร์), โรงเรียนอมาตยกุล และโรงเรียนทับทอง เป็นต้น
โรงเรียนชี้แจงว่าที่ผ่านมาไม่สามารถประกาศต่อผู้ปกครองได้ทันที เนื่องจากต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดขั้นตอนการปิดกิจการโรงเรียนเอกชนอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ โรงเรียนจะยังคงจัดการเรียนการสอนภาคเรียนที่ 2 ต่อไปตามปกติ พร้อมนัดประชุมชี้แจงรายละเอียดแก่ผู้ปกครองในวัน 3 ธันวาคม โดยแบ่งเป็น 2 รอบ
-
อนุบาล 1 – ป.2 เวลา 09.00–10.30 น.
-
ป.3 – ป.5 เวลา 13.00–14.30 น.
ท้ายประกาศ คณะผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนระบุว่า แม้จะเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด แต่เป็นเพราะไม่สามารถรักษาการบริหารกิจการให้มั่นคงได้อีกต่อไป พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจโรงเรียนมาตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ


ขอบคุณข้อมูลจาก – ประชาชาติ