เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569 กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาชนได้รวมตัวชุมนุมที่โรงยิมเนเซียม เทศบาลเมืองชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้ชนะ หลังผู้ชุมนุมอ้างว่าพบความผิดปกติในการนับคะแนนหลายประเด็น

ระหว่างการชุมนุม ได้มีหญิงวัยรุ่นรายหนึ่งเข้าไปภายในพื้นที่ล้อมหีบบัตรเลือกตั้งซึ่งเป็นของกลาง พร้อมเปิดหีบบัตรและแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีเพื่อนถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมและความผิดตามกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ (11 ก.พ. 2569) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ทนายคู่ใจ” ระบุว่า แม้บางฝ่ายจะมองว่าการเปิดหีบเป็นการ “พิทักษ์เจตนารมณ์ของชาติ” แต่ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

ทนายรณณรงค์ระบุว่า หีบบัตรเลือกตั้งถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ และเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง บุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปเปิดหีบ หรือกระทำการใด ๆ กับหีบบัตรในพื้นที่หวงห้าม มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นเพียงกรณีเดียว คือ ผู้กระทำต้องมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง และมีเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดดังกล่าว

สำหรับบทลงโทษตามกฎหมาย ระบุไว้ในมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 กำหนดว่า ตั้งแต่เวลาที่เปิดและปิดหีบบัตรเลือกตั้ง หรือภายหลังปิดหีบเพื่อเก็บรักษาไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดเปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย หรือกระทำการใด ๆ ต่อหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี