เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงชี้แจงกรณีบาร์โค้ดใต้บัตรเลือกตั้งตรงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยยืนยันว่า กระบวนการลงคะแนนยังคงเป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85

ว่าที่ร้อยตรีภาสกรกล่าวว่า ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้งเริ่มจากผู้มีสิทธิไปยังหน่วยเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อ และลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อพร้อมต้นขั้วบัตร ก่อนรับบัตรไปลงคะแนนในคูหา ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ว่าลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดชัดเจน ห้ามผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรที่ลงคะแนนแล้วไปแสดงต่อผู้อื่น หรือใช้เครื่องมือใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว หากฝ่าฝืนมีโทษทางอาญา

หลังลงคะแนน ผู้มีสิทธิจะหย่อนบัตรลงหีบด้วยตนเอง จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน โดยต้นขั้วบัตรจะถูกแยกเก็บต่างหาก ไม่สามารถเชื่อมโยงกับบัตรที่ลงคะแนนแล้วได้

รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า ภายหลังการนับคะแนน บัตรเลือกตั้งจะถูกบรรจุใส่ถุงใส แยกประเภทเป็นบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน พร้อมใช้เคเบิลไทร์รัดปิดถุง จากนั้นบรรจุลงถุงใหญ่อีกชั้นหนึ่ง ก่อนนำใส่หีบบัตร ซีลด้วยเทปกาวและสายรัด ส่งต่อไปยังศูนย์รวมคะแนนประจำเขต และจัดเก็บในสถานที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงาน กกต. เป็นเวลา 2 ปี ก่อนดำเนินการทำลาย

สำหรับต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ จะถูกแยกเก็บรักษา โดยบัญชีรายชื่อจะส่งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบการมาใช้สิทธิ

ว่าที่ร้อยตรีภาสกรย้ำว่า แม้จะมีบาร์โค้ด แต่การจะทราบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ส่วน ได้แก่ ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ และบัตรเลือกตั้ง ซึ่งแต่ละส่วนถูกเก็บแยกกันคนละแห่ง จึงไม่สามารถเปิดเผยตัวผู้ลงคะแนนได้

ด้าน วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กกต. ชี้แจงว่า การมีบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบ กกต. เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า

นอกจากนี้ บาร์โค้ดยังใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการบัตรเลือกตั้ง เช่น ตรวจสอบจำนวนการจัดพิมพ์ การเข้าเล่ม การแพ็กกิง โดยบัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 ฉบับ สามารถติดตามความครบถ้วนได้ ลดปัญหาบัตรเขย่ง และหากมีบัตรเล็ดลอดออกนอกระบบ ก็สามารถตรวจสอบที่มาได้

ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้งยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมเชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

กัมพูชายื่น “Mohasangkran chnam thmey” ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาโลก

โพสต์ล่าสุด! #จ๋ายไททศมิตร ถูกขู่ทำร้ายร่างกาย ขู่X่า #ไอซ์รักชนก คอมเมนต์ “บ้านนี้เมืองนี้เนาะ“