เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

หนุ่มกะเหรี่ยงผู้เสียหายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา หลังถูก “เฮียตี๋ กระทะร้อน” บุกทำร้าย ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด ด้านทีมกฎหมายเตรียมเอาผิดหลายข้อหา ทั้งหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว

จากกรณีคลิปวิดีโอเหตุการณ์กลุ่มชายรุมทำร้ายชายคนหนึ่งถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยในคลิประบุว่าเป็น “เฮียตี๋กระทะร้อน” หรือ “เฮียตี๋ ไทยไม่ทน” หรือ นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี บุกเข้าไปทำร้ายแรงงานต่างด้าวจนได้รับบาดเจ็บปากแตก ต่อมาภายหลังพบว่า ชายผู้เสียหายไม่ใช่แรงงานต่างด้าว แต่เป็นชาวกะเหรี่ยงชาติพันธุ์ดั้งเดิมจากจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายสุขสวัสดิ์ ทับมาโนช หรือ “มดดำ” อายุ 43 ปี พร้อมทีมฝ่ายกฎหมาย ได้พา นายเดช อายุ 27 ปี ผู้เสียหายชาวกะเหรี่ยง เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ ร.ต.ท.ศุภกิตต์ คนที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

เบื้องต้น นายเดชได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และอยู่ระหว่างรอผลใบรับรองแพทย์ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับคู่กรณีให้ถึงที่สุด ขณะที่ฝ่ายกฎหมายเตรียมดำเนินคดีกับ “เฮียตี๋” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว

นายเดช เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ตนทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานเอนเตอร์เทนในสถานบันเทิงย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีปัญหากับทางร้านเรื่องเหล้าฝาก แต่ได้จ่ายเงินและเคลียร์ปัญหาจบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ระหว่างเปิดเหล้าชุดใหม่ ปกติจะมีผลไม้บริการฟรี แต่ตนไม่ได้รับ จึงตำหนิร้านว่า “ร้านออกรูปเหลี่ยม” ทำให้เกิดการโต้เถียงกับพนักงาน ก่อนที่เรื่องจะจบลงในวันนั้น

กระทั่งวันที่ 2 มีนาคม “เฮียตี๋” ได้เดินทางมาที่ร้านและกระชากคอถามว่าตนเป็นคนไทยหรือไม่ พร้อมขอดูบัตรประชาชน ก่อนเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียล

ผู้เสียหายระบุว่า หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ตนรู้สึกอับอายและใช้ชีวิตลำบาก สภาพจิตใจย่ำแย่ อีกทั้งยังกังวลเรื่องการหางานทำ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม และไม่อยากให้มีการพาดพิงถึงบ้านเกิดหรือชาติพันธุ์ของตน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ด้านนายสุขสวัสดิ์ ทับมาโนช กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นคนต่างถิ่นที่มาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก

ทั้งนี้ หลักฐานสำคัญคือคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่ามีกลุ่มบุคคลเรียกรับเงินจำนวน 2,000 บาท โดยทีมกฎหมายเตรียมนำคลิปดังกล่าวส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

นายสุขสวัสดิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การรุมทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม และควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินตามกฎหมาย ไม่ควรใช้ความรุนแรงหรือศาลเตี้ยในการตัดสินปัญหา.

ข่าวที่น่าสนใจ

ศาลยกฟ้องแล้ว!! “แอม ไซยาไนด์” คดีฆ่า “นิตยา” มีเหตุแห่งความสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

“ฟิลิปปินส์”ลดวันทำงาน เหลือ 4 วัน “เวียดนาม”หนุน WFH รับมือน้ำมันแพง