วันนี้ (18 มี.ค. 2569) กนิษฐา กังสวนิช เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ด้านราคาและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยืนยันว่าสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ และราคาต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ผลิต
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเป็นรายวัน พร้อมเฝ้าระวังการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร หรือการกักตุนสินค้า โดยบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงาน ผ่านคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
หากตรวจพบการกระทำผิด เช่น ขึ้นราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุน กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการช่วยลดต้นทุน โดยระบุว่าปัจจุบันมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอใช้ถึงเดือนพฤษภาคม และยังสามารถควบคุมราคาได้ พร้อมทั้งเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนเพื่อลดการนำเข้า รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรปรับสูตรการใช้ปุ๋ย ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ให้ครอบคลุมช่วงความต้องการสูงในฤดูเพาะปลูก ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม เพื่อช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนบริโภคอย่างเหมาะสม ไม่กักตุนสินค้า เพื่อให้ระบบกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึง หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามป้ายราคา หรือมีการตั้งราคาสูงเกินจริง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป