กระทรวงไฟฟ้าเมียนมาร์ประกาศใช้มาตรการ “ไฟดับหมุนเวียน” (rolling blackouts) ทั่วประเทศตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ โดยให้เหตุผลว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟเพิ่มสูงตามสภาพอากาศที่ร้อนจัด
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าสาเหตุไม่ได้มาจากอากาศเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตกนับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2564 ซึ่งทำให้การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้ยากขึ้น

สถานการณ์ยิ่งตึงตัวเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องควบคุมการใช้พลังงาน เพื่อรักษาปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศไม่ให้ร่อยหรอในช่วงวิกฤต
มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งภาคอุตสาหกรรมที่ต้องหยุดหรือชะลอการผลิตเป็นช่วง ๆ รวมถึงประชาชนในเมืองใหญ่ที่ต้องเผชิญกับไฟดับวันละหลายชั่วโมง ขณะที่ต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัญหาการผลิตและระบบขนส่งที่สะดุด

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะชี้แจงว่าการใช้ไฟดับหมุนเวียนเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือฤดูร้อน แต่หลายฝ่ายประเมินว่า แท้จริงแล้วเป็นความพยายามบริหารจัดการวิกฤตพลังงานที่รุนแรงขึ้น เพื่อประคองเสถียรภาพของประเทศในช่วงที่ต้นทุนพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูง