วันที่ 7 เม.ย. 2569 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางปรับลดค่าการกลั่นในภาวะวิกฤต หวังช่วยลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้ประชาชน
โดยระบุว่า ค่าการกลั่นน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดือนก.พ.อยู่ที่ 2.09 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 7.23 บาท/ลิตรในเดือนมี.ค. และพุ่งสูงถึง 15.99 บาท/ลิตรในเดือนเม.ย. ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากโรงกลั่นให้ความร่วมมือส่งคืนกำไรส่วนเกิน จะสามารถนำไปลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ทันที โดยย้ำว่าจะไม่นำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุนราคาดีเซลอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากโรงกลั่นไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลพร้อมใช้อำนาจตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 สั่งให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นลงทันที 2 บาท/ลิตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับดังกล่าว
“ถ้าโรงกลั่นไม่สามารถชี้แจงต้นทุนได้ชัดเจน และยังมีกำไรส่วนเกิน ก็จำเป็นต้องให้กดราคาลง เพื่อดูแลประชาชนในช่วงวิกฤต” นายเอกนัฏ กล่าว
พร้อมชี้ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ ไม่ได้มาจากต้นทุนน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลสำเร็จรูปในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นภายในประเทศ จึงไม่ควรอ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่สูงกว่าต้นทุนจริง
นอกจากนี้ ยังเตือนว่า หากสถานการณ์นำเข้าน้ำมันดิบในเดือนพ.ค.ไม่เป็นไปตามแผน อาจต้องพิจารณามาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังหลังเทศกาล สงกรานต์ เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า และปั๊มน้ำมัน เพื่อลดการใช้พลังงานในประเทศ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนัก.
ข่าวทีน่าสนใจ
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้! ทำเอาช็อคก่อนสงกรานต์! “ดีเซล” แตะ 50.54 บาท/ลิตร ขยับยกแผง