วันที่ 8 เมษายน 2569 ตลาดการเงินทั่วโลกตอบรับข่าวเชิงบวก หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนัก ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวพุ่งขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนที่คลายความกังวล
ทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐจะระงับการโจมตีและการทิ้งระเบิดต่ออิหร่านชั่วคราว พร้อมเดินหน้าเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพระยะยาว สร้างความหวังว่าการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ จะกลับสู่ภาวะปกติ
ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงทันที โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ดิ่งลงกว่า 18% หลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนรีบาวด์เล็กน้อย มาปิดลดลง 14.53% ที่ 96.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 12.86% อยู่ที่ 95.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นแรง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 967 จุด หรือ 2.1% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq 100 ต่างปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวงกว้าง หลังจากก่อนหน้านี้ถูกใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียด
ฝั่งตลาดเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามทิศทางเดียวกัน หลังได้รับแรงหนุนจากความหวังสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย และราคาพลังงานที่เริ่มลดลง
ด้าน เจมี ค็อกซ์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทแฮร์ริส ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ระบุว่า ตลาดคาดการณ์มาระยะหนึ่งแล้วว่าทรัมป์กำลังมองหาทางออกจากสถานการณ์อิหร่าน และการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% มาอยู่ที่ระดับ 4,812 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนที่ยังคงมีอยู่ แม้ความตึงเครียดจะเริ่มผ่อนคลายลงแล้วก็ตาม
ข่าวทีน่าสนใจ
“สส.กฤช” ขอโทษปมอดีตผู้ช่วยเอี่ยวค้ายา ปชน.เร่งขับพ้นพรรค ย้ำไม่เอาพฤติกรรมสีเทา
พิพากษาคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนให้ประกัน “สนธิ” สู้คดีอุทธรณ์