ทุ่นระเบิดปริศนาในช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นชนวนสะดุดดีลหยุดยิง หลังอิหร่านยอมรับยังเก็บกู้ไม่หมด ขณะสายเดินเรือโลกชะลอผ่านเส้นทางสำคัญ หวั่นความเสี่ยงพุ่ง ซ้ำเติมวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาหยุดยิง หลังมีรายงานว่า อิหร่านไม่สามารถระบุตำแหน่งหรือเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางเรือทั้งหมด ที่ถูกวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงการสู้รบที่ผ่านมา
รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเจรจา เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงกำหนดให้ต้องเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย แต่การที่ยังมีทุ่นระเบิดตกค้างจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ใช้เรือขนาดเล็กจำนวนมากในการลอบวางทุ่นระเบิดหลายร้อยลูกในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะยากต่อการติดตาม อีกทั้งกระแสน้ำและสภาพทะเลยังทำให้ทุ่นระเบิดเคลื่อนตัวออกจากจุดเดิม ส่งผลให้การค้นหาและเก็บกู้เป็นไปอย่างซับซ้อน แม้แต่ฝ่ายอิหร่านเองก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ทั้งหมด
ด้านบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือรายใหญ่ของโลก ยังคงชะลอการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าจะไม่กลับมาใช้งานเส้นทางดังกล่าว จนกว่าจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากทุ่นระเบิด
รายงานยังระบุว่า ปัญหาทุ่นระเบิดที่ยังไม่ถูกเก็บกู้ จะเป็นหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนของการหารือระหว่างประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ซึ่งหากไม่สามารถหาข้อยุติได้ อาจส่งผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่สหรัฐพยายามผลักดันควบคู่ไปกับข้อตกลงหยุดยิง
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลว่าอิหร่านพยายามกำหนดเส้นทางเดินเรือเฉพาะที่อ้างว่าปลอดภัย พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านช่องแคบจากเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนานาชาติ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตือนว่า อาจใช้มาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด หากอิหร่านยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไป