เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงสถานการณ์ประชากรไทยปี 2568 ที่น่ากังวล หลังพบว่าอัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงเหลือเพียง 416,574 คน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 75 ปี และลดลงจากปีก่อนเกือบ 50,000 คน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 559,684 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าหากแนวโน้มยังคงเป็นเช่นนี้ ปีถัดไปจำนวนเด็กเกิดใหม่อาจต่ำกว่า 400,000 คน และในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยประชากรวัยทำงานอาจหายไปกว่า 2.5 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า คนรุ่นใหม่ในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ยังคงมีความต้องการมีบุตร แต่ติดข้อจำกัดสำคัญด้านค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะปัญหาการเลี้ยงดูบุตรในขณะที่ต้องทำงาน สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทัศนคติของคนรุ่นใหม่ แต่อยู่ที่โครงสร้างนโยบายของรัฐที่ยังไม่รองรับการสร้างครอบครัวอย่างเพียงพอ

น.ส.ณัฐยา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล “อนุทิน 2” ซึ่งมีมากถึง 70 ประเด็น กลับไม่ปรากฏนโยบายช่วยเหลือครอบครัวและเด็กอย่างเป็นรูปธรรม แม้ในมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีแนวทางลดภาระค่าครองชีพในระดับครัวเรือน โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายสูง

สำหรับแนวทางแก้ไข พรรคประชาชนเสนอ “นโยบายเปลี่ยนผ่านสวัสดิการ” แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะเร่งด่วน เสนอให้รัฐจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแบบถ้วนหน้า ไม่จำกัดเฉพาะครัวเรือนยากจน เพื่อป้องกันเด็กตกหล่นจากระบบ พร้อมทั้งจัดงบช่วยเหลือค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมแก่ครัวเรือนรายได้น้อย เกษตรกร และชาวประมง รวมถึงเสนอจัดอาหารฟรีวันละ 2 มื้อในโรงเรียน และเพิ่มงบรายหัวนักเรียน เพื่อบรรเทาภาระผู้ปกครองและแก้ปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก

ส่วนระยะยาว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 เสนอให้มีเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่ตั้งครรภ์ 5 เดือนจนถึงอายุ 6 ปี พร้อมพัฒนาเนิร์สเซอรีชุมชน รองรับเด็กเล็กอายุ 0-2 ปี และขยายเวลารับเลี้ยงให้สอดคล้องกับเวลาการทำงาน นอกจากนี้ ยังเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคเอกชนที่จัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กหรือห้องสำหรับมารดาในสถานประกอบการ รวมถึงการปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องค่าครองชีพ ลดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเพิ่มวันลาเพื่อครอบครัว

“รัฐต้องเลิกผลักภาระให้ประชาชนมีลูกเพื่อชาติ แต่ควรสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีครอบครัว และลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างมีคุณภาพ” น.ส.ณัฐยากล่าว พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนจะติดตามการดำเนินนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันมาตรการรองรับวิกฤตประชากรและป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคต

 

ข่าวที่น่าสนใจ

น้ำมันลงทั้งกระดาน! ดีเซลลด 1.50 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ

ดีเอสไอลุยคดีพิเศษ เปิดขบวนการกักตุนน้ำมัน! เรือหน่วงเวลา คลังอั้นของ หวังฟันกำไร