คดีน้ำมันหายกลางทะเลยังคืบหน้า บริษัทขนส่งเรือรายที่ 6 เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมยื่นเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ยังเลี่ยงตอบคำถามสาเหตุเดินเรือล่าช้า ขณะ DSI เร่งสอบครบ 8 บริษัท พบพิรุธหลายจุดทั้งปิด GPS–จอดเรือกลางทะเล
ความคืบหน้ากรณีการตรวจพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ ซึ่งมีน้ำมันสูญหายกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีรวมกว่า 57–60 ล้านลิตร ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 บริษัทเดินเรือรายที่ 6 คือ สยามมงคล ได้ส่งผู้แทนเข้าพบพนักงานสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน
ผู้แทนบริษัทได้นำเอกสารหลักฐานจำนวนมากเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะประเด็นการปิดสัญญาณ GPS และการเดินเรือที่ใช้เวลานานผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุของการเดินเรือล่าช้า ผู้แทนบริษัทไม่ได้ให้คำตอบ ก่อนเดินเข้าห้องสอบสวนทันที
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของคณะพนักงานสอบสวน พบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันรวม 20 เที่ยวเรือ ใช้เรือจำนวน 12 ลำ จากบริษัทเจ้าของเรือ 8 แห่ง ที่รับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนตรวจพบว่าน้ำมันสูญหายกลางทาง
ข้อมูลการสืบสวนยังพบพฤติการณ์น่าสงสัยหลายประเด็น อาทิ การปิดสัญญาณ GPS ถึง 10 เที่ยวเรือ การจอดเรือกลางทะเลซึ่งคาดว่าอาจมีการถ่ายน้ำมันกลางทะเลอย่างน้อย 2 เที่ยว รวมถึงการประวิงเวลาเดินเรือทั้ง 20 เที่ยว โดยเกิดขึ้นในช่วงก่อนวันที่ 26 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีมติปรับลดอัตราชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงลง 6 บาทต่อลิตร เมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าการสอบสวน ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 แห่งเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20–23 เมษายน 2569 ล่าสุดมีบริษัทเข้าชี้แจงแล้ว 6 แห่ง เหลืออีก 2 แห่งที่ประสานขอเลื่อนเข้าพบเป็นสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของเอกสารการขนส่ง สัญญาจ้าง และเส้นทางเดินเรือ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่ และมีบุคคลหรือกลุ่มใดเกี่ยวข้องกับการสูญหายน้ำมันในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นความเสียหายขนาดใหญ่ต่อระบบพลังงานของประเทศ