แม่วัย 24 ปี ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยตามหาลูกสาวแท้ ๆ หลังถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงสลับตัวตั้งแต่ทารกวัย 5 เดือน ก่อนนำเด็กคนอื่นมาสวมรอยให้เลี้ยงแทน กว่ารู้ความจริงผ่านไปกว่า 1 ปีครึ่ง ขณะนี้ลูกแท้อายุ 3 ขวบ ยังไร้เบาะแส ด้าน “ปวีณา หงสกุล” เร่งประสานตำรวจ หวั่นเข้าข่ายค้ามนุษย์
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดมุกดาหาร ได้เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามหาลูกสาวแท้ ๆ หลังถูกหญิงรับจ้างเลี้ยงเด็กสลับตัวไปตั้งแต่ยังเป็นทารกวัย 5 เดือน จนปัจจุบันผ่านมากว่า 2 ปี ยังไม่ทราบชะตากรรม
น.ส.นก เปิดเผยว่า เมื่อปี 2565 ตนตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และได้รู้จักกับหญิงรายหนึ่ง (น.ส.หนึ่ง นามสมมุติ) ซึ่งอาสารับเลี้ยงลูกให้ หลังคลอดลูกสาวในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ตนเปลี่ยนใจไม่ยกลูกให้ จึงตกลงจ้างเลี้ยงในราคาเดือนละ 8,000 บาท โดยตนไปทำงานก่อสร้างและแวะมาเยี่ยมลูกเป็นระยะ
ต่อมาเมื่อเด็กอายุ 5 เดือน ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 หญิงผู้รับจ้างเลี้ยงได้นำเด็กมาคืน โดยอ้างว่าฝากไว้ชั่วคราว ก่อนจะหายตัวไป ตนจึงนำเด็กไปฝากยายเลี้ยง โดยเชื่อมาตลอดว่าเป็นลูกแท้ของตนเอง
กระทั่งเดือนมีนาคม 2567 เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปี 6 เดือน มีหญิงแปลกหน้าทักข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงตัวว่าเป็นแม่ที่แท้จริงของเด็ก พร้อมส่งหลักฐานเป็นภาพและคลิปวิดีโอ ทำให้ตนเริ่มสงสัย ก่อนเข้าตรวจดีเอ็นเอกับเด็กที่เลี้ยงอยู่ และพบว่าไม่ใช่ลูกแท้
จากการสอบสวนทราบว่า หญิงผู้รับจ้างเลี้ยงได้นำลูกของ น.ส.นก ไปให้กับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ก่อนนำเด็กอีกคนมาสวมรอยส่งคืนให้ โดยมีการรับเงินเกี่ยวข้อง
ภายหลัง น.ส.นก ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พร้อมดำเนินคดีข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร” โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ลดเหลือ 5 ปี เนื่องจากรับสารภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
อย่างไรก็ตาม แม้คดีจะมีความคืบหน้า แต่ยังไม่พบตัวลูกสาวแท้ ๆ ของ น.ส.นก ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 3 ปีแล้ว โดยผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลเพียงว่า เด็กถูกส่งต่อให้กับคู่สามีภรรยาชาวเมียนมา แต่ไม่สามารถระบุที่อยู่ได้
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีความซับซ้อนและอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยงานพัฒนาสังคมฯ จังหวัดชลบุรี เพื่อเร่งติดตามตัวเด็ก และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ จะมีการติดตามตัวหญิงที่แสดงตนว่าเป็นแม่ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงอยู่ในปัจจุบัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณาสิทธิการเลี้ยงดูให้ถูกต้อง
ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ ยืนยันจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้เด็กได้กลับคืนสู่อ้อมอกของแม่ที่แท้จริงโดยเร็วที่สุด