เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ยังไงกันแน่เมื่อสองฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกัน หลังโฆษกกองทัพบกแจงว่าไม่ใช่ทหารเขมรที่ข้ามเขตแดนจนมาเจอชาวบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยอ้างว่าเป็นคนไทยที่พูดภาษาเขมรได้และไม่พบการยิงอาวุธปืน

แต่วันนี้ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารได้เปิดเผยข้อมูลว่า

“ทัพภาค2”ยอมรับ อาจเป็นทหารเขมร
ที่ ชาวบ้านหาอึ่ง พบเจอ
แต่ไม่มองมุมความมั่นคง
คาด ทหารเขมร เข้ามาหาของกินในพื้นที่ เพราะความอดอยาก???
และเป็นพื้นที่กลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด-สิ่งผิดกม.
วางมาตรการดูแลพื้นที่แล้ว
ขอให้ประชาชนมั่นใจ”

เพจกองทัพภาค2 ได้รายงานเหตุการณ์
ที่ชาวบ้านหาอึ่ง เจอทหารกัมพูชา วิ่งไล่ และยิงขู่ จนต้องทิ้งรถจยย. วิ่งหนี ว่า
เมื่อวันที่ 8 พ.ค 69 เวลาประมาณ 20:00 น. นายอภิรักษ์ (อู๊ด) บุตรเพชร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จว.บ.ร. และเพื่อนอีก 1 คน ทราบชื่อคือ นายประยูร บุญค้ำ ราษฎรบ้านสายโท 2 ใต้ ม.8 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จว.บ.ร. ได้ชักชวนกันไปหาของป่า (จับอึ่ง) บริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ม.1 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
นายอภิรักษ์ฯ ให้ข้อมูลว่าได้จอดจักรยานยนต์ของตนและเพื่อนทั้ง 2 คัน และได้เดินหาของป่าบริเวณโดยรอบ และในระหว่างที่หาของป่า ทั้ง 2 คนได้อ้างว่าได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษากัมพูชา จึงได้หยุดเดินและมองเห็น กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 6 -8 คน และมีดวงไฟประมาณ 2 – 3 ดวง พวกตนคิดว่าน่าจะเป็นทหารกัมพูชา จึงเกิดความหวาดกลัว และวิ่งหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว โดยได้ทิ้งยานพาหนะซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda เวฟ สีดำ-แดง จำนวน 2 คัน ไว้บริเวณป่าท้ายเขื่อนสายโท 3 ใต้
ซึ่งในระหว่างที่หนีนั้น ได้เห็นแสงไฟฉายประมาณ 2-3 ดวง เคลื่อนที่ตามมา พวกตนจึงได้ทำการดับไฟฉาย ซ่อนตัว ทิ้งของป่า และได้ยินเสียงคล้ายปืน จำนวน 1 นัด ในทิศทางที่พบกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ซึ่งเมื่อพวกตนได้พ้นแนวป่าออกมาแล้วจึงได้โทรศัพท์ให้ผู้ใหญ่บ้านมารับ และพวกตนได้กลับถึงบ้านประมาณ 2300 โดยปลอดภัย
กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ประสานงานกำนัน เข้าพบปะนายอภิรักษ์ บุตรเพชร หรือ อู๊ด อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ผู้ประสบเหตุ เพื่อสืบสภาพข้อมูลขั้นต้น
และนำฝ่ายความมั่นคงเข้าชี้จุดบริเวณที่พบ ทกพ.ดังกล่าว หลังจากนั้นได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเข้าพื้นที่ตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูลเพื่อนำรถจักรยานยนต์มาคืนราษฎรตามที่ได้รับแจ้ง และเมื่อเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ตรวจการพบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน จำนวน 2 คันของ ราษฎร จึงได้ดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย จนนำรถจักรยานยนต์ส่งคืนให้กับราษฎรได้เรียบร้อย.
ทั้งนี้จากข้อมูลด้านความมั่นคงในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น การลำเลียงยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ
“ จึงมีความเป็นไปได้ว่าชาวบ้านอาจเข้าไปใกล้ บริเวณที่กลุ่มผู้กระทำผิดใช้เคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว หรือ อาจเป็นทหารกัมพูชา เดินเข้ามาหาของกินในพื้นที่เนื่องจากความอดอยากในพื้นที่”
กองทัพภาคที่ 2 จึงได้สั่งให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เพิ่มมาตรการป้องกันพื้นที่และการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานเป็นอย่างเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งข่าวสารอันเป็นประโยชน์ให้กับทางราชการได้รับทราบ เพื่อให้การดำเนินการดูแลพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป