กองทัพบกยอมรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังละเอียดอ่อน พบการยั่วยุหลายรูปแบบทั้งยิงปืนก่อกวน ใช้วาจายั่วยุ รวมถึงถ่ายอุจจาระริมรั้วลวดหนาม ขณะ “ผบ.ทบ.” สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็ง พร้อมย้ำหากมีการใช้อาวุธคุกคามชีวิตประชาชนหรือกำลังพล ไทยพร้อมตอบโต้ทันที
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกว่า ผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวและการยั่วยุเกิดขึ้นหลายรูปแบบ
โฆษกกองทัพบก ระบุว่า พื้นที่ชายแดนบางจุดยังพบการใช้อาวุธยิงก่อกวนเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ แต่ยังไม่ถือเป็นการคุกคามรุนแรงถึงขั้นมุ่งเอาชีวิตหรือทรัพย์สิน ส่วนใหญ่เป็นลักษณะก่อกวนและหวังให้ฝ่ายไทยตอบโต้ เพื่อนำไปขยายผลด้านการสื่อสาร

นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมยั่วยุอื่น ๆ เช่น การใช้วาจากระทบกระทั่ง รวมถึงการขับถ่ายอุจจาระตามแนวรั้วลวดหนามชายแดน ซึ่งกองทัพมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและสร้างความไม่เรียบร้อยในพื้นที่
พลตรี วินธัย ยืนยันว่า หากฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธในลักษณะคุกคามชีวิตประชาชนหรือกำลังพล ฝ่ายไทยพร้อมตอบโต้ทันที แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงเหตุการณ์ก่อกวนระดับต่ำ โดยฝ่ายไทยใช้วิธียิงแจ้งเตือนตามขั้นตอนและสถานการณ์ที่เหมาะสม
พร้อมกันนี้ กองทัพบกยังได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ได้แก่ เขาพระวิหาร ห้วยตามาเรีย ช่องจอม ปราสาทตาเมือนธม และช่องบก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาจเกิดเหตุความไม่เรียบร้อยได้ง่าย
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ Sub-GBC กองทัพบกได้เสนอข้อมูลด้านความมั่นคง เพื่อหารือเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนต่อไป