มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ บุกสภาฯ ยื่นร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ หวังปลดล็อก “Sex Worker” สู่อาชีพถูกกฎหมาย ได้รับสิทธิและความคุ้มครองเทียบเท่าแรงงานทั่วไป ย้ำไม่ใช่การส่งเสริม แต่เป็นการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เดินทางเข้ายื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. … ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือ

ภายในกิจกรรม ยังมีตัวแทนจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรับหนังสือและรับฟังข้อเสนอในครั้งนี้
ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญของการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เนื่องจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน อีกทั้งยังมองว่ากฎหมายเดิมกำหนดให้ผู้ให้บริการทางเพศโดยสมัครใจมีความผิดทางอาญา ส่งผลให้คนทำงานกลุ่มนี้ตกอยู่ในสภาวะถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกละเมิดสิทธิ และไม่สามารถเข้าถึงความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ เห็นว่า งานบริการทางเพศควรได้รับการรับรองให้เป็นอาชีพหนึ่ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน มีความปลอดภัยในการทำงาน และได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับแรงงานในสายอาชีพอื่น
สำหรับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ที่เสนอในครั้งนี้ มีสาระสำคัญคือ การยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 และปรับสถานะผู้ให้บริการทางเพศจากผู้กระทำผิด มาเป็นแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนมูลนิธิฯ ย้ำว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คนเข้าสู่อาชีพบริการทางเพศ แต่เป็นการเคารพสิทธิในการตัดสินใจของผู้ประกอบอาชีพนี้ และเปิดโอกาสให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐาน ความปลอดภัย และการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกับอาชีพอื่นในสังคม