กองทัพเรือยืนยันโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุงเรือดำน้ำยังเดินหน้าตามแผน แม้เกิดข้อพิพาทด้านการเงินระหว่างบริษัทเอกชนคู่สัญญา ระบุเป็นเรื่องภายในของภาคเอกชน ไม่กระทบภาพรวมโครงการ พร้อมปรับรายละเอียดสัญญาให้สอดคล้องภารกิจ ย้ำเป้าหมายรับมอบเรือดำน้ำปี 2572 ยังเป็นไปตามกำหนด
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านการค้างชำระเงินระหว่างบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุงเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในระหว่างบริษัทคู่สัญญาในภาคเอกชน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการทางธุรกิจ และไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินโครงการของกองทัพเรือ

สำหรับโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุงเรือดำน้ำ กองทัพเรือได้ว่าจ้างบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co., Ltd. หรือ CSOC ดำเนินโครงการในวงเงินประมาณ 900 กว่าล้านบาท โดยปัจจุบันโครงการยังมีความคืบหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ และกองทัพเรือได้ติดตามควบคุมการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกรอบสัญญาและเป้าหมายของโครงการ
โฆษกกองทัพเรือ ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กองทัพเรืออยู่ระหว่างเสนอขอแก้ไขรายละเอียดสัญญาบางส่วนไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อปรับลดเนื้องานบางรายการ รวมถึงปรับลดวงเงินสัญญาให้เหมาะสมกับภารกิจและสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารโครงการเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพเรือในระยะยาว

ทั้งนี้ กองทัพเรือคาดว่าหลังจากกระบวนการแก้ไขสัญญาแล้วเสร็จ บริษัทผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินงานและส่งมอบโครงการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยยืนยันว่าจะบริหารจัดการโครงการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการรับมอบเรือดำน้ำในช่วงปี พ.ศ.2572 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเล และเพิ่มความพร้อมของระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือในอนาคต
กองทัพเรือยังย้ำว่า ทุกขั้นตอนของโครงการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบราชการ และระบบตรวจสอบของภาครัฐอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ