เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เข้าติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทั้งในประเด็นการจัดทำงบการเงิน การแก้ไขปัญหาระบบแอปพลิเคชัน SSO Core และการเตรียมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม

ภายหลังการประชุม น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเป็นการทุจริตหรือคอร์รัปชันเกี่ยวกับงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม แต่ปัญหาที่พบมีลักษณะเป็นความผิดพลาดจากการดำเนินงาน ความไม่รอบคอบ หรือ Human Error มากกว่า

“ประชาชนจำนวนมากอาจสงสัยว่าเป็นเรื่องการทุจริตหรือไม่ แต่จากข้อมูลที่ได้รับฟังวันนี้ ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องของความชุ่ยหรือความไม่รอบคอบในการทำงานมากกว่า อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการยังคงติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง” น.ส.รักชนก กล่าว

ในส่วนของปัญหาระบบ SSO Core ซึ่งมีผู้ประกันตนร้องเรียนเกี่ยวกับการแสดงข้อมูลสิทธิประโยชน์ การคำนวณเงินสมทบ และการเบิกจ่ายบางรายการนั้น สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่า ภายในไตรมาส 3 ของปี 2569 ระบบจะมีความสมบูรณ์ประมาณ 95% และคาดว่าภายในเดือนกันยายน ปัญหาต่าง ๆ จะได้รับการแก้ไขจนกลับมาให้บริการได้ตามปกติ

นอกจากนี้ กรรมาธิการยังได้ติดตามกรณีการเรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างพัฒนาระบบ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่ามูลค่าค่าปรับที่อาจเรียกคืนได้อยู่ที่ประมาณ 576 ล้านบาท จากการส่งมอบงานล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและยึดผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบความคลาดเคลื่อนของตัวเลขทางบัญชีว่า เป็นปัญหาจากการบันทึกข้อมูลในระบบที่ไม่สอดคล้องกัน ไม่ใช่กรณีเงินหรือทรัพย์สินสูญหาย

โดยจากตัวเลขความคลาดเคลื่อนเดิมประมาณ 2,600 ล้านบาท ขณะนี้สามารถตรวจสอบและปรับข้อมูลจนตรงกันได้แล้วประมาณ 700 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่เหลือต่อไป

สำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่า มีผู้ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 100,000 รายในช่วงเริ่มต้น ซึ่งถือว่าสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสนใจของผู้ประกันตนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนมากขึ้น

ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ย้ำว่า แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบริหารกองทุนในช่วงที่ผ่านมา แต่ระบบประกันสังคมยังคงเป็นหลักประกันสำคัญสำหรับผู้ใช้แรงงาน และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเพื่อผลักดันให้การบริหารกองทุนมีความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตนต่อไป