กรมสรรพากรยืนยันเดินหน้าติดตามหนี้ภาษีของ “ทักษิณ ชินวัตร” อย่างต่อเนื่อง หลังคำพิพากษาศาลฎีกาทำให้การประเมินภาษีมีผลเป็นที่สุด พร้อมประสานหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศติดตามทรัพย์สิน หากเร่งรัดจัดเก็บจนถึงที่สุดแล้วยังชำระไม่ครบ เตรียมพิจารณายื่นฟ้องเป็นคดีล้มละลาย
กรมสรรพากรเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการติดตามและเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณ ชินวัตร ภายหลังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 วินิจฉัยว่าการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้หนี้ภาษีตามการประเมินดังกล่าวเป็นที่สุด
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมา นายทักษิณจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และต่อสู้คดีในชั้นศาล แต่กรมสรรพากรได้ดำเนินการติดตามและเร่งรัดภาษีอากรค้างชำระอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย
ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้มีการแจ้งเตือนให้ชำระภาษี รวมถึงดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินประเภทต่างๆ เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินนำมาชำระหนี้ภาษี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางบังคับชำระหนี้ภาษีอากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสมศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกรมสรรพากรดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีจนถึงที่สุดแล้ว แต่ยังได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่ประเมินไว้ ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมาย เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบังคับจัดเก็บภาษี หลังคดีสิ้นสุดลงตามคำพิพากษาของศาลฎีกา และเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปว่า กรมสรรพากรจะสามารถจัดเก็บหนี้ภาษีได้ครบถ้วน หรือจะมีการนำคดีเข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายในอนาคต
