พิมรี่พาย เจอมรสุมธุรกิจ โกดังสินค้าถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก ประกาศโละของขายหาเงินหมุน หลังเผยขาดทุนหลักร้อยล้านจากธุรกิจทุเรียนและสกุชชี่ แถมมีหนี้และภาระค่าใช้จ่ายลูกน้องกว่า 2,000 คน ก่อนเจอดราม่าถูกถามทำไมไม่ไปช่วยผู้ประสบภัย เจ้าตัวระเบิดอารมณ์ ลั่นไม่ได้สร้างคอนเทนต์เรียกความสงสาร
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ล่าสุด “พิมรี่พาย” หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ออกมาเปิดเผยถึงผลกระทบที่ธุรกิจของตัวเองกำลังเผชิญ หลังโกดังสินค้าถูกน้ำท่วมอย่างหนัก จนต้องเร่งนำสินค้าที่เหลือออกมาขาย เพื่อหาเงินสดมาหมุนเวียนในธุรกิจ
เจ้าตัวเปิดเผยผ่านการไลฟ์ขายสินค้าว่า ขณะนี้เผชิญปัญหาทางธุรกิจหลายด้าน โดยก่อนหน้านี้ขาดทุนจากการทำธุรกิจทุเรียนเป็นเงินหลักร้อยล้านบาท รวมถึงมีกรณีผู้รับจัดหาสินค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องทำให้สูญเสียเงิน ขณะที่การทำธุรกิจ “สกุชชี่” ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงแรก กลับได้รับความนิยมเพียงประมาณ 7 วัน และยังมีปัญหากับซัพพลายเออร์จากจีนอีกด้วย
ล่าสุดสถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น เมื่อโกดังสินค้าถูกน้ำท่วม ส่งผลให้สินค้าจำนวนมากได้รับความเสียหาย เจ้าตัวจึงประกาศนำสินค้าที่สามารถขายได้ออกมาจำหน่าย เพื่อเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสดสำหรับนำไปหมุนเวียนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ
พิมรี่พายยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งเงินเดือนพนักงานกว่า 2,000 คน รวมถึงภาระหนี้สินที่ต้องเจรจาและผัดผ่อน ขณะที่ยังมีภารกิจทำบุญทอดกฐินกับ 2 วัดที่รับปากไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การออกมาไลฟ์ขายสินค้าในช่วงที่เกิดน้ำท่วม กลับทำให้เธอเจอกระแสดราม่าจากบางส่วนที่ตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงยังขายของและไม่ออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ประเด็นดังกล่าวทำให้พิมรี่พายระบายความรู้สึกกลางไลฟ์ โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกร้องความสงสาร พร้อมตั้งคำถามว่าการที่โกดังของตัวเองถูกน้ำท่วมและต้องนำสินค้าออกมาขายเพื่อหาเงินหมุนเวียนนั้นผิดอย่างไร
“มันท่วมคนเดียวเหรอ มันท่วมกันหมดกรุงเทพฯ เลยนะพี่ ไม่เคยทำคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารเลย มีแต่ให้… กูขอเงินบริจาคมึงเหรอ กูเอาของในโกดังแลก ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อ แต่จะว่าแขวะกันเรื่องอะไร”
พิมรี่พายยังพูดถึงสภาพชีวิตของตัวเองในช่วงที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน พร้อมระบุว่า หากมีโอกาสหาเงินได้ก็ต้องทำเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป
“ถ้าเธอมีโอกาสจะหาเงิน เธอก็หาไปเลย เธอไม่ต้องมานั่งแช่งเราหรอก มันอยู่คนละส่วนกัน เราก็หาเงินมา ชีวิตเราก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าใคร เธอก็เห็นสภาพเรา”
พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองว่า หากยังมีเงินมากและอยู่ในสถานะที่สบายกว่านี้ คงไม่ต้องออกมาขายสินค้าเพื่อหาเงินหมุนในสถานการณ์เช่นนี้
“เธอก็ดูสภาพเราสิ ถ้าเรารวยเราจะทำตัวอย่างนี้เหรอ เราก็ไม่มีเงิน เราก็แค่มีโอกาสมากกว่าที่เราเกิดมา แล้วพอเรามีเงินเราก็ดูแลรักษาชีวิตชาวบ้าน ก็เสียสละมาเป็น 10 ปี”
พิมรี่พายยังยืนยันว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีเงินก็เคยช่วยเหลือประชาชนและทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอมรับว่าตัวเองอาจพูดจาไม่เข้าหูบางคน และกล่าวขอโทษหากการสื่อสารทำให้เกิดความเข้าใจผิด
“เราไม่ได้อยากออกมาขายแบบนี้ทุกวันหรอกนะ แต่ช่วงนี้ทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งของในโกดัง เงินเดือนลูกน้อง 2,000 กว่าคน มันมารวมกันหมดเลย”
นอกจากนี้ พิมรี่พายยังโพสต์ข้อความขอให้ลูกค้าที่กำลังต้องการซื้อสินค้า ช่วยอุดหนุนสินค้าของเธอ โดยย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้ใครสงสาร แต่จำเป็นต้องนำสินค้าออกมาแลกเป็นเงิน เพื่อนำไปหมุนเวียนดูแลธุรกิจและพนักงาน
เธอยังระบุว่า ในอีกไม่กี่วันมีงานกฐินอีก 2 วัดที่ตั้งใจจะไปร่วมทำบุญ จึงจำเป็นต้องหาเงินจากการขายสินค้า พร้อมขอให้ลูกค้าที่กำลังจะซื้อของอยู่แล้วช่วยอุดหนุนคนละเล็กละน้อย
“เอาของแลกเงิน เอาเงินไปหมุน แล้วเก็บส่วนหนึ่งไว้ไปทำบุญตามที่ตั้งใจ ใครกำลังจะซื้อของใช้อยู่แล้ว ช่วยอุดหนุนพิมคนละนิดนะเพื่อน อย่างน้อยของก็ได้ใช้ พิมก็ได้เดินหน้าต่อ และได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ด้วย”
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งประชาชนและภาคธุรกิจในหลายพื้นที่
ข่าวที่น่าสนใจ
คลิปไวรัล “อนุทิน” แจกธนบัตรใบละ 1,000 บาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เคลียร์แล้ว! เพจ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” ยันชัด ไม่ใช่ “ดร.สมิทธ” ลั่น “ผมคือคนธรรมดา”