เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

รายการโหนกระแสเทปพิเศษต้อนรับปีใหม่ ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เริ่มต้นรายการด้วยการกล่าวสวัสดีปีใหม่ท่านผู้ชม พร้อมกับชี้แจงว่ารายการในวันนี้เป็นเทปบันทึกภาพล่วงหน้า เนื่องจากทีมงานหยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเทปนี้ได้ทำการบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มีการจัดรายการสดกรณีของ “ป้าแอน” แม่บ้านมหาภัย และกรณีของคุณหยก แม่ของเด็กที่ถูกนำเดทตอลผสมในนมให้ดื่ม ในเทปพิเศษนี้ หนุ่ม กรรชัย ระบุว่าไม่มีแขกรับเชิญที่เป็นคู่กรณีจากข่าวใดๆ แต่ได้เชิญ ป๋อง กพล ทองพลับ พี่ชายคนสนิทมาร่วมพูดคุยในรายการแทน เพื่อมาร่วมเม้าท์มอยและย้อนดูเหตุการณ์ประทับใจต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา

ป๋อง กพล เล่าว่าในวันที่บันทึกเทปนั้น ตนเองก็ได้มายืนเกาะขอบดูการถ่ายทำรายการสดกรณีแม่บ้านมหาภัยด้วย และเห็นจังหวะที่ตำรวจพาตัวป้าแอนเดินผ่านไป ซึ่งป๋องแสดงความเห็นในฐานะประชาชนที่ดูข่าวและหลักฐานต่างๆ ว่าป้าแอนมีความผิดจริง จากนั้นทั้งคู่มีการหยอกล้อกันเรื่องความสัมพันธ์ โดยป๋อง กพล พูดติดตลกว่าถึงแม้คนอื่นจะคบตน แต่คนมักจะไม่คบหนุ่ม กรรชัย และถ้าไม่มีตนในวันนี้ หนุ่ม กรรชัย ก็จะไม่เหลือใครแล้ว ดังนั้นจึงควรให้ความเคารพและช่วยผลักดันตนบ้าง หนุ่ม กรรชัย จึงถามกลับถึงความรู้สึกในการทำรายการ “โหนกระป๋อง” ว่ามีความสุขหรือไม่ ซึ่งป๋องตอบว่าแฮปปี้และมีความสุขที่ได้มาเจอหนุ่ม กรรชัย และน้องๆ ทีมงาน แต่อยากให้มีเวลาออกอากาศเพิ่มมากขึ้น เพราะเวลาเจอกับแขกรับเชิญคนอื่นๆ อย่าง ต้นหอม นิกกี้ หรือแจ็ค แฟนฉัน บรรยากาศมันสนุกและตลก ซึ่งหนุ่ม กรรชัย ก็แซวกลับเรื่องค่าตัวและเรื่องที่ป๋องเคยพูดในรายการอื่นทำนองว่าถ้าหนุ่มไม่ทำ ตนก็จะไม่ทำ แต่สุดท้ายก็ทำ

 

หนุ่ม กรรชัย เล่าให้ฟังว่ามีแฟนรายการเรียกร้องเข้ามา อยากรู้ว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีเทปไหนบ้างที่อยู่ในความทรงจำหรือเป็นเทปที่หนุ่ม กรรชัย ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหา หนุ่ม กรรชัย ได้คำนวณสถิติการทำงานให้ป๋องฟังว่า ในหนึ่งเดือนทำรายการประมาณ 22 วัน ปีหนึ่งทำไปกว่า 260 เทป ซึ่งตนจำรายละเอียดได้ไม่หมด แต่ยืนยันว่าทำงานหนักและแทบไม่ค่อยได้หยุดงาน ยกเว้นช่วงที่ป่วยต้องไปผ่าตัด หรือลาพักผ่อนสั้นๆ เพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าปีหน้าจะหาเวลาหยุดพักผ่อนให้มากขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยป๋อง กพล สนับสนุนให้หนุ่มหาเวลาพักผ่อนบ้าง ทั้งคู่ยังถกเถียงกันเรื่องความรับผิดชอบในการทำงาน โดยหนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่าตนเป็นคนรักษาสัจจะ รับปากลูกค้าหรือรับงานแล้วต้องทำให้ได้ ไม่ใช่คนที่จะทิ้งงานเพื่อไปเที่ยว แม้จะเคยมีพลาดบ้างแต่ก็จำไม่ลืม ส่วนป๋อง กพล แซวเรื่องความตรงต่อเวลาของหนุ่ม กรรชัย ว่านัดเช้ามาเที่ยง นัดบ่ายมาเที่ยง ซึ่งหนุ่ม กรรชัย แก้ตัวแบบติดตลกว่าเพราะตนยึดถือสโลแกน “เที่ยงตรงฉับไว ต้องหนุ่มกรรชัย”

 

จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ได้เริ่มเปิดคลิปย้อนหลังเหตุการณ์ประทับใจเรื่องแรก ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “ยายเลย” หญิงสูงวัยที่มาออกรายการเรื่องลอตเตอรี่ คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นความสับสนอลหม่านในการสัมภาษณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะ เริ่มจากหนุ่ม กรรชัย ถามชื่อป้าที่นั่งอยู่ด้านหลัง ยายเลยตอบว่าชื่อ “เลย” แต่อยู่จังหวัดลำปาง ความสับสนเกิดขึ้นเมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามย้ำว่าเป็นคนจังหวัดอะไร ยายเลยตอบทีเล่นทีจริงว่าเป็นคนมาทำแผล ก่อนจะยืนยันว่าเป็นคนลำปางแต่ชื่อเลย ทำให้บทสนทนาวนเวียนอยู่ที่เรื่องชื่อและจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงสถานที่เกิดเหตุ ยายเลยเล่าว่ามีคนโทรให้ขึ้นไปที่ “แม่ต๋ำ” ซึ่งเป็นฟาร์มวัว แต่ต่อมาเกิดความสับสนว่าตกลงใครเลี้ยงวัว ยายเลยปฏิเสธว่าไม่ได้เลี้ยงวัว แต่พี่เขาขายหวย คนที่ทำฟาร์มวัวคือพี่ชาย ในคลิปยังเผยให้เห็นความน่ารักของยายเลยที่กังวลเรื่องคำพูด เพราะมีคนแซวและเตือนว่ามาออกรายการห้ามพูด “ไทยพะเลิด” ซึ่งหนุ่ม กรรชัย สงสัยและสอบถามจนได้ความว่า “ไทยพะเลิด” หมายถึงคนเหนือที่พยายามพูดภาษากลางแต่มีคำเมืองหลุดออกมา หรือพูดเพี้ยนๆ บทสนทนาในคลิปจบลงที่ความงุนงงเรื่องใครเก็บหวย โดยยายเลยเล่าว่าแกจะให้แฟนพี่เลย แต่แฟนบอกไม่เอา ให้พ่อเก็บไว้ สุดท้ายผัวพี่เอาไป 7 ใบ สร้างความขบขันให้กับหนุ่ม กรรชัย ที่พยายามสรุปเรื่องราวแต่ยายเลยกลับตอบแบบพาซื่อว่า “เป็นคนตลก”

 

เรื่องถัดมาที่หนุ่ม กรรชัย ยกให้เป็นเรื่องประทับใจ คือกรณีของผู้เสียหายกลุ่ม LGBTQ ที่เป็นผู้พิการทางการพูด ถูกผู้ชายหลอกจีบแล้วขโมยทรัพย์สิน แม้จะเป็นเรื่องซีเรียส แต่ในรายการวันนั้นเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้หนุ่ม กรรชัย หลุดขำ เนื่องจากผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ตอนโดนทำร้ายร่างกายว่ากินข้าวไม่ได้ด้านซ้าย ต้องเคี้ยวด้านขวาแทน เพราะไปเอกซเรย์แล้วพบว่า “กาวร้าม” หนุ่ม กรรชัย พยายามฟังและทวนคำ จนเข้าใจว่าผู้เสียหายหมายถึง “กรามร้าว” ไม่ใช่ “กาวร้าม” นอกจากนี้ผู้เสียหายยังพยายามอธิบายเพิ่มเติม แต่ด้วยความที่เจ็บกรามทำให้พูดไม่ชัด กลายเป็นความตลกในสถานการณ์ที่จริงจัง ซึ่งหนุ่ม กรรชัย ยอมรับว่าตนพลาดที่ขำในเรื่องซีเรียส แต่คลิปนี้กลายเป็นไวรัลที่มีคนนำไปตัดต่อกันมาก

 

เรื่องที่สาม เป็นกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับ LGBTQ และการเลี้ยงแมว ที่ลุกลามจนมีปากเสียงและทำร้ายร่างกายกัน ในคลิปมีการโต้เถียงกันเรื่องคำว่า “ฮัลโหล” โดยคู่กรณีมองว่าคำว่าฮัลโหลของผู้เสียหายไม่ใช่การทักทายปกติ แต่เป็นคำกวนประสาททำนองว่า “ฮัลโหล มึงฟังกูก่อน” ซึ่งคู่กรณีตีความว่า “ฮัลโหลคือตบนะ” ฝั่งผู้เสียหายพยายามอธิบายว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะว่าคู่กรณี แต่คู่กรณีไม่ฟังตั้งแต่ต้น จุดพีคของเรื่องนี้อยู่ที่ผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ตอนปะทะกันว่า ตนตั้งท่าจะไปตีเขา แต่ดันลื่นฝาท่อเสียก่อนเพราะไม่ได้ใส่รองเท้า หนุ่ม กรรชัย เปรียบเปรยว่า “มาอย่างเสือ แต่ลื่นฝาท่อเลยเหมือนหมา” หลังจากล้มลง คู่กรณีก็เข้ามาแย่งไม้เบสบอลและตีจนผู้เสียหายปากแตกและหัวโน ความตลกเกิดขึ้นเมื่อผู้เสียหายเล่าว่า ตอนตำรวจมาใส่กุญแจมือ คู่กรณีหันไปฟ้องตำรวจว่า “พี่ดูผมสิ เขาตีผมหัวโนเลย” ทั้งที่ผู้เสียหายเป็นฝ่ายถูกกระทำจนเลือดอาบ จึงสวนกลับไปว่า “มึงตีมึงเหรอ” หนุ่ม กรรชัย ชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้แม้จะรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก แต่ผู้เสียหายเล่าเรื่องได้ตลกจนกลายเป็นเรื่องขำขันในรายการ

 

ต่อมา หนุ่ม กรรชัย พาเข้าสู่ช่วงไฮไลท์สำคัญที่เป็นประเด็นร้อนแรงแห่งปี คือเรื่องราวของ “ฮอท” สาวประเภทสองที่อ้างตัวเป็นไฮโซ และสร้างวีรกรรมหลอกลวงผู้คนมากมาย หนุ่ม กรรชัย เปิดคลิปรายการตอนที่ “ฮอท” มาออกรายการโดยใส่หน้ากาก และมีการเปิดภาพปริศนาที่เป็นภาพคนพอกหน้าด้วยทองคำ ในคลิป ฮอทอธิบายว่าภาพนั้นคือการมาสก์หน้า ซึ่งคู่กรณีส่งมาให้ดูเป็นกิจวัตรประจำวัน หนุ่ม กรรชัย ถามฮอทในรายการวันนั้นว่ารู้สึกอย่างไร ฮอทตอบว่าในใจคิดว่า “กล้าส่งเนอะ” เพราะภาพดูไม่ดีเลย แต่ก็รักษามารยาทตอบกลับไปปกติ หนุ่ม กรรชัย ย้อนเล่าพฤติกรรมของฮอทให้ป๋อง กพล ฟังว่า ฮอทมักแอบอ้างว่าร่ำรวย มีรถนำขบวน ไปตีสนิทกับคนดังและหลอกผู้หญิง หนึ่งในผู้เสียหายคือ “น้องคะน้า” ที่ถูกหลอกด้วยทองปลอมและถูกยืมเงินไปโดยไม่คืน ฮอทยังมีการแอบอ้างเบื้องสูง หลอกว่าจะแต่งงานและมีน้ำสังข์พระราชทาน รวมถึงจ้างคนมาแต่งชุดตำรวจนำขบวน

 

เรื่องราวของฮอทมีความเข้มข้นขึ้นเมื่อความลับแตก โดยหนุ่ม กรรชัย เล่าถึงเหตุการณ์วันที่ฮอทเครียดจัดและปีนขึ้นไปบนยอดตึกที่บ้านตัวเอง ขู่ว่าจะกระโดดลงมา หนุ่ม กรรชัย เล่าว่าตอนนั้นตนกังวลมาก ไม่ใช่แค่กลัวฮอทกระโดด แต่กลัวว่าจะกระโดดไปโดนสายไฟแล้วไฟจะดับ เดือดร้อนชาวบ้าน สุดท้ายฮอทไม่ได้กระโดดที่บ้าน แต่เมื่อตำรวจพาตัวไปที่โรงพัก ฮอทกลับตัดสินใจพุ่งหลาวลงมาจากสถานีตำรวจ หนุ่ม กรรชัย ให้ดูภาพเหตุการณ์ที่ฮอทกระโดดลงมากระแทกกันสาดแล้วตกลงพื้น พร้อมชี้จุดสังเกตบนหลังคากันสาดที่มีคราบน้ำสีเหลือง ซึ่งหนุ่ม กรรชัย สันนิษฐานว่าเป็นปัสสาวะของฮอทที่ราดออกมาระหว่างกระโดด แม้จะมีคนแย้งว่าเป็นเยี่ยวแมว แต่หนุ่มเชื่อว่าไม่ใช่ นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังแอบเคืองป๋อง กพล ที่เคยเอารูปฮอทตอนใส่แมสก์ไปเปรียบเทียบว่าหน้าเหมือนป๋อง ซึ่งป๋องปฏิเสธว่าไม่เคยพูด แต่หนุ่มยืนยันว่าป๋องเคยอำตนในรายการอื่น

 

เพื่อเป็นการอัปเดตชีวิตผู้เสียหาย หนุ่ม กรรชัย ได้โทรศัพท์สดกลางรายการหา “น้องคะน้า” หนึ่งในผู้เสียหายจากคดีฮอท คะน้ารับสายและทักทายหนุ่ม กรรชัย และป๋อง กพล อย่างเป็นกันเอง ป๋อง กพล ได้โอกาสหยอดคำหวานชมว่าคะน้าน่ารักและอยากเป็น “หมูกรอบ” ของคะน้า เมื่อถามถึงชีวิตปัจจุบัน คะน้าเล่าว่าตอนนี้สบายดี มุ่งมั่นทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนงานแสดงยังไม่ได้ทำแต่ถ้ามีโอกาสก็ยินดีรับ ป๋อง กพล ถามสถานะหัวใจ คะน้าตอบชัดเจนว่าตอนนี้ “โสด” และขอพักเรื่องความรักก่อน หนุ่ม กรรชัย ถามถึงเรื่องหนี้สินที่ฮอทเคยยืมไป คะน้าบอกว่าได้คืนมาบางส่วนในตอนแรก ส่วนที่เหลือถือว่าเป็นเงินที่ซื้อของให้ด้วยความเสน่หา จึงไม่ได้ติดใจเอาความ สำหรับความเคลื่อนไหวของฮอท คะน้าบอกว่าไม่ได้ติดตามข่าวแต่ทราบคร่าวๆ ว่ายังคงมีคดีความและน่าจะยังถูกคุมขังอยู่ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่ากลัวหากฮอทจะออกมา บทสนทนาจบลงด้วยการให้กำลังใจคะน้า โดยป๋อง กพล แนะนำให้ค่อยๆ พิจารณาเรื่องความรัก

 

เรื่องต่อมาที่นำมาพูดคุยคือคดี “ใหญ่ V10” อู่ซ่อมรถที่กลายเป็นข่าวโด่งดัง หนุ่ม กรรชัย เปิดคลิปที่ผู้เสียหายร้องเรียนเรื่องเอารถไปซ่อมแล้วถูกรื้อทั้งคัน มีการเปลี่ยนประตูรถเป็นของมือสองโดยที่ลูกค้าไม่ยินยอม ในคลิป ทนายแก้ว พยายามไกล่เกลี่ยและยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตนเองที่ไม่ได้ดูแลธุรกิจ แต่จุดที่หนุ่ม กรรชัย และป๋อง กพล สนใจเป็นพิเศษคือพฤติกรรมของ “คุณใหญ่” เจ้าของอู่ ที่ในรายการวันนั้นมีภรรยานั่งอยู่ข้างๆ แต่คุณใหญ่กลับมีท่าทีเหมือนไปสนใจหญิงสาวอีกคน (น้องแว่น) ที่เป็นผู้เสียหาย หนุ่ม กรรชัย เล่าว่าตนต้องเตือนใหญ่กลางรายการให้เกรงใจภรรยาที่นั่งหน้าเสียอยู่ข้างหลัง เพราะใหญ่เอาแต่พูดจาหวานๆ กับผู้เสียหายสาว ทำนองว่า “น้องคนนี้ลดราคาให้ได้เลย” จนหนุ่ม กรรชัย อดแซวไม่ได้ นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังพูดถึงลักษณะทางกายภาพของใหญ่ที่ “ลิ้นเปรี้ย” หรือปากแห้ง ซึ่งป๋อง กพล ก็รับมุกและจำเหตุการณ์นั้นได้แม่นยำ

 

ช่วงสุดท้ายของรายการ หนุ่ม กรรชัย หยิบยกเรื่องราวล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นและเป็นกระแสสังคมอย่างหนัก คือกรณี “ป้าแอน” แม่บ้านมหาภัย ที่ก่อเหตุผสมน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในนมให้เด็ก 2 ขวบดื่ม รวมถึงมีพฤติกรรมขโมยทรัพย์สิน ป๋อง กพล แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดในฐานะคนเป็นพ่อว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมนี้ หากเป็นลูกของตนคงระงับอารมณ์ไม่อยู่และอาจจะมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น หนุ่ม กรรชัย เสริมว่าในรายการวันนั้น ป้าแอนโกหกหลายเรื่องและพยายามโยนความผิดให้พ้นตัว

 

หนุ่ม กรรชัย เปิดคลิปสัมภาษณ์ป้าแอนให้ดูอีกครั้ง ในคลิปป้าแอนปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำร้ายเด็ก ไม่ได้ขโมยของ อ้างว่าที่ไปซ่อนตัวเพราะจะกินขนมและไม่มีที่นั่งพัก ส่วนเรื่องถ่ายรูปในบ้านและถ่ายสูติบัตรเด็ก ป้าแอนอ้างว่าเพราะบ้านสวยและใบเกิดสวยจนอยากถ่ายเก็บไว้ ไม่ได้มีเจตนาร้าย เมื่อถูกถามเรื่องคดีความเก่าๆ ป้าแอนก็บ่ายเบี่ยงไม่ขอพูดถึง และพยายามตัดบทว่า “พอแล้ว จบนะ” เหตุการณ์ในวันนั้นตึงเครียดขึ้นเมื่อตำรวจบุกมาจับกุมป้าแอนถึงสถานีโทรทัศน์ ซึ่งป้าแอนกล่าวหาว่าหนุ่ม กรรชัย เป็นคนล่อลวงให้ตนมาถูกจับ หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงกับป๋อง กพล ว่าตนไม่ได้เรียกตำรวจ แต่ตำรวจและนักข่าวดูรายการสดอยู่จึงตามมาจับกุมเอง ป๋อง กพล วิจารณ์พฤติกรรมของป้าแอนว่าเป็นคนที่ไม่ยอมรับผิด โทษคนอื่นไปทั่ว แม้หลักฐานจะชัดเจนทั้งกล้องวงจรปิดและพยาน หนุ่ม กรรชัย สรุปว่าพฤติกรรมแบบนี้ที่พยายามโยนความผิดให้คนอื่นเมื่อจวนตัว เป็นพฤติกรรมของคนไม่ดี หรือที่หนุ่มเรียกว่า “มิจฉาชีพ” ซึ่งป๋อง กพล รีบเตือนว่าระวังจะโดนฟ้องเพราะศาลยังไม่ตัดสิน แต่หนุ่ม กรรชัย ก็ยืนยันตามหลักฐานที่ปรากฏ