เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

สื่อเขมรพลาด จัดฉากไม่เนียน หลักฐานฟ้อง หลังกัมพูชาป้ายสีไทยยิงปืน ค. ใส่พลเรือน แต่ดันพลาดลืมเช็คข้อมูลให้ถี่ถ้วน

ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์และความมั่นคงออกมาชี้ข้อพิรุธสำคัญ กรณีกองทัพกัมพูชาพาสื่อมวลชนท้องถิ่นลงพื้นที่บริเวณใกล้บ้านหนองจาน ด้านหลังแนวตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้อาวุธปืนครก (ปืน ค.) ยิงโจมตีพื้นที่พลเรือน โดยระบุว่า หลักฐานที่ถูกนำมาแสดงกลับขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทางเทคนิคอย่างชัดเจน และมีลักษณะเข้าข่าย “การจัดฉาก” เพื่อป้ายสีประเทศไทย

จากการตรวจสอบภาพถ่ายและลักษณะของกระสุนปืนครกที่ปรากฏในพื้นที่ พบว่าเป็น กระสุนปืนครกขนาด 82 มิลลิเมตร ชนิด WP 82 (White Phosphorus) ซึ่งเป็นกระสุนควันและกระสุนเพลิง ผลิตโดยบริษัท NORINCO ของประเทศจีน และเป็นแบบมาตรฐานที่กองทัพกัมพูชาใช้งาน โดยมีต้นแบบมาจากยุทโธปกรณ์ของอดีตสหภาพโซเวียต

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า กองทัพไทยไม่มียุทโธปกรณ์ปืนครกขนาด 82 มม. อยู่ในระบบ เนื่องจากกองทัพไทยใช้มาตรฐานอาวุธตามระบบ NATO ซึ่งประกอบด้วยปืนครกเพียง 3 ขนาด คือ 60 มม., 81 มม. และ 120 มม. เท่านั้น ส่งผลให้ไทยไม่มีทั้งตัวปืนและกระสุนขนาด 82 มม. ในคลังแสง จึงไม่สามารถใช้งานกระสุนชนิดดังกล่าวได้โดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ หลักฐานที่ถูกมองว่าสำคัญที่สุด คือ สภาพของกระสุนปืนครกในภาพยังคงมี “สลักนิรภัย” (Safety Pin) ติดอยู่ครบถ้วนบริเวณหัวกระสุน ซึ่งตามหลักยุทธวิธีและกลไกความปลอดภัยของกระสุนปืนครก หากยังไม่ได้ดึงสลักนิรภัยออก กระสุนจะไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการยิงจากลำกล้อง หรือแม้แต่การขว้างด้วยมือก็ไม่สามารถทำให้เกิดการระเบิดหรือการทำงานของสารภายในได้

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การนำกระสุนที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เช่นนี้มาวางบนพื้น แล้วอ้างว่าเป็นผลจากการถูกยิงโจมตี จึงขัดต่อหลักการใช้อาวุธโดยสิ้นเชิง และถือเป็นหลักฐานที่ย้อนแย้งกับคำกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชาเอง

สำหรับกระสุนชนิด WP 82 (White Phosphorus) นั้น เป็นกระสุนที่เมื่อทำงานจะก่อให้เกิด ควันหนาทึบ พร้อมเปลวไฟและความร้อนสูง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อบุคคลและพื้นที่โดยรอบ ประเด็นนี้ถูกฝ่ายกัมพูชานำมาใช้กล่าวหาไทยมาอย่างต่อเนื่องว่าใช้อาวุธลักษณะคล้ายอาวุธเคมีโจมตีแนวหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การปรากฏของกระสุนชนิดดังกล่าวในสภาพไม่ผ่านการใช้งาน ยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยว่าเป็นความพยายามสร้างหลักฐานเท็จเพื่อดิสเครดิตกองทัพไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า การพาสื่อมวลชนลงพื้นที่พร้อมนำเสนอหลักฐานที่มีข้อพิรุธทางเทคนิคหลายประการ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกัมพูชาเอง และเปิดช่องให้เกิดการตรวจสอบในระดับนานาชาติ หากมีการยกระดับข้อกล่าวหาเข้าสู่เวทีการทูตหรือองค์กรระหว่างประเทศในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก – army military force