วันนี้ (5 ม.ค.) มีรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ยืนยันการเข้าช่วยเหลือหญิงชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในโลกออนไลน์ หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ จนต้องตกระกำลำบากและกลายเป็นคนเร่ร่อนในเมืองสีหนุวิลล์
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กงสุลจีนประจำเมืองสีหนุวิลล์ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสื่อท้องถิ่นและชาวเน็ต ว่าพบหญิงชาวจีนสภาพร่างกายซูบผอม เดินเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนน ก่อนติดตามจนพบตัวหญิงคนดังกล่าว (ใช้นามสมมติว่า “แซ่อู๋”) ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองสีหนุวิลล์

ขณะพบตัว เธออยู่ในสภาพร่างกายอ่อนแรง ซูบผอม และมีอาการทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่กงสุลจีนจึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวส่งไปรับการรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงขึ้น ล่าสุดแพทย์ยืนยันว่าอาการปลอดภัย และสภาพร่างกายเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ
ทางสถานทูตจีนได้ติดต่อประสานครอบครัวของหญิงสาวแล้ว เพื่อให้เดินทางมารับตัว และดำเนินการตามขั้นตอนด้านเอกสาร เพื่อพากลับประเทศจีนในโอกาสต่อไป

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของหญิงสาวรายนี้กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์จีน หลังมีการเผยแพร่ภาพหญิงสาวหน้าตาดีแต่มีรูปร่างซูบผอม มีบาดแผลที่ขา และมีอาการเหม่อลอย เดินเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนในกัมพูชา กระทั่งบิดาของหญิงสาวออกมายืนยันว่า บุคคลในภาพคือบุตรสาวของตนจริง โดยระบุว่าขาดการติดต่อกับลูกสาวมาตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568
ชาวเน็ตยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า หญิงสาวรายนี้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียกว่า 24,000 คน โดย IP Address ล่าสุด รวมถึงคลิปวิดีโอที่โพสต์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุพิกัดว่าอยู่ในประเทศกัมพูชา

จากการสอบถามเบื้องต้น หญิงสาวเปิดเผยว่า เธอถูกล่อลวงให้เดินทางมายังกัมพูชา ด้วยข้อเสนอการทำงานที่อ้างว่า “รายได้สูง” แต่เมื่อเดินทางมาถึงกลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ ก่อนจะถูกทอดทิ้งและไร้ที่อยู่อาศัยในที่สุด
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้ออกประกาศเตือนภัยถึงพลเมืองจีนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับข้อเสนองานในกัมพูชา โดยเฉพาะงานที่อ้างรายได้สูงเกินจริง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย อาทิ การพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฉ้อโกงทางไซเบอร์ สื่อลามก และยาเสพติด
พร้อมย้ำว่า ผู้ที่หลงเชื่อมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย หรืออาจตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
