เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

 

วันที่ 7 มกราคม 2569 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ต บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า หลังจังหวัดได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เบื้องต้น ทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ตลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเศษสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ตลำอื่นที่จอดเทียบท่าอยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบ๊ตได้รับความเสียหายมากกว่า 20 ลำ

ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ในทันที

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด

ทั้งนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อาทิ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังสั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางโดยรอบทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือสปีดโบ๊ตทุกลำมีการเติมน้ำมันเต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่าเรือสปีดโบ๊ตได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้มากกว่า 20 ลำ โดยในช่วงสายเมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ได้ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอน ขยะตกค้างในทะเล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของเรือรายหนึ่งซึ่งได้รับความเสียหาย เปิดเผยด้วยสีหน้าเศร้าว่า เรือสปีดโบ๊ตของตนได้รับความเสียหายถึง 3 ลำ โดยเป็นเรือลำใหญ่ มูลค่าลำละประมาณ 5 ล้านบาท ปกติให้บริการทริปเกาะราชา–เกาะเฮ แต่วันนี้มีนักท่องเที่ยวจองเต็มทั้งหมด ไม่สามารถออกให้บริการได้ ทำให้ต้องแจ้งยกเลิกลูกค้ากว่า 100 คน ส่งผลให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านทรัพย์สินและรายได้.

 

ข่าวที่น่าสนใจ

รมว.ยุติธรรม–ตร.ไซเบอร์ ประชุมเข้ม ปราบทุนเทาหนุนการเมืองช่วงเลือกตั้ง 69 ยันยังไม่พบนักการเมืองเอี่ยวเว็บพนัน–สแกมเมอร์ ตรวจสอบทุกพรรคเท่าเทียม

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งตรวจสอบด่วน เหตุปืน ค. ตกพื้นที่เนิน 469 ช่องบก ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ยังไม่ตอบโต้