จากกรณีสะเทือนใจ พ่อป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายร่ำไห้ออกสื่อ ตามหาลูกสาวหายตัวปริศนา นานกว่า 20 วัน หลังเรียกแท็กซี่หน้าหมู่บ้านย่านบางบัวทอง ล่าสุดพบตัวแล้ว เจ้าตัวโทรหาพ่อสารภาพหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะน้อยใจสามีทำร้ายร่างกายและเคลียร์ปัญหารักสามเส้าไม่จบ
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 8 ม.ค. 69 ที่ บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พานายสมบัติ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี พ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และนายเอก (นามสมมติ) อายุ 44 ปี สามีของ “น้องเกศ” ลูกสาวที่หายตัวไป เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความคืบหน้าหลังจากน้องเกศติดต่อกลับมาเมื่อคืนที่ผ่านมา

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
-17 ธ.ค. 68 น้องเกศมีปากเสียงกับสามี และเดินออกจากบ้านย่านหมู่บ้านพฤกษา 19 เรียกแท็กซี่หายไป
– 24-25 ธ.ค. 68 พ่อและสามีแจ้งความคนหายที่ สภ.บางบัวทอง
-7 ม.ค. 69 (22.00 น.)น้องเกศใช้เบอร์คนอื่นโทรหาพ่อ แจ้งว่าปลอดภัยดี พักอยู่กับเพื่อนที่ต่างจังหวัด
-8 ม.ค. 69 ครอบครัวเข้าพบตำรวจกองปราบฯ เพื่อชี้แจงความจริง
เปิดสาเหตุ “หนีออกจากบ้าน” ทิ้งลูกวัย 9 เดือน
นายสมบัติ ระบุว่า น้องเกศ ใช้โทรศัพท์เพื่อนโทร.มาหาตนเมื่อคืน เล่าถึงสาเหตุที่ต้องทิ้งลูกน้อยหนีไปว่า มีความอึดอัดใจเรื่องปัญหาครอบครัวที่ตกลงกับสามีไม่ได้ รวมถึงในคืนเกิดเหตุถูกสามีทำร้ายร่างกาย จึงตัดสินใจหนีไปพักใจ และยื่นคำขาดว่าหากจะให้กลับมาดูแลลูก สามีต้องจัดการปัญหาที่มีอยู่ทั้งหมดให้จบสิ้นเสียก่อน

สามียอมรับผิด “ตบปาก-ปมจดทะเบียนซ้อน”
ทางด้าน นายเอก (สามี) ยอมรับสารภาพต่อหน้าพ่อตาและสื่อมวลชนว่า-ทำร้ายร่างกายจริง-ในคืนเกิดเหตุมีปากเสียงรุนแรงจนเผลอตัวใช้มือตบปากภรรยาไป 1 ครั้ง ยืนยันว่าทำเป็นครั้งแรก
-ปัญหารักสามเส้า ตนมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ก่อนแล้ว (ภรรยาคนที่สอง) เมื่อน้องเกศทราบเรื่องจึงยื่นคำขาดให้ไปจดทะเบียนหย่าภายในสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ตนยังไม่ว่างเพราะติดงาน จนเกิดการทะเลาะกัน
“ผมได้คุยกับภรรยาคนที่สองแล้ว และไปจดทะเบียนหย่าให้เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา พร้อมส่งหลักฐานให้พี่สาวน้องเกศดูแล้ว ยืนยันว่าจากนี้จะไม่ทำร้ายร่างกายเธออีกและขอให้กลับมาช่วยกันเลี้ยงลูก” นายเอกกล่าว
หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยัง สภ.บางบัวทอง เพื่อให้พ่อและสามีเดินทางไป ถอนแจ้งความคนหาย และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าพบตัวแล้ว
