เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ทรัมป์ส่งสัญญาณแรง! สหรัฐฯ อาจใช้ “ทางเลือกที่รุนแรงมาก” กับอิหร่าน
หลังการประท้วงขับไล่รัฐบาลลุกลามทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 500 คน และสถานการณ์กำลังบานปลายเป็นวิกฤตระดับโลก

ทรัมป์เผยว่า ผู้นำอิหร่านโทรมา ขอเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ที่เคยถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลถล่มไปในสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ก็เตือนแรงว่า
“ถ้ากองกำลังความมั่นคงยิงใส่ผู้ประท้วง สหรัฐฯ จะตอบโต้ทันที”

องค์กรสิทธิมนุษยชน HRANA ระบุ มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 500 ราย รวมเจ้าหน้าที่อีก 48 นาย และอาจมากกว่านี้จริง
มีคลิปจากห้องเก็บศพใกล้เตหะราน เห็นถุงใส่ศพกว่า 180 ใบเรียงเต็มพื้น เสียงญาติร้องไห้ระงม
แหล่งข่าวในพื้นที่บอกว่า
“ถนนในเตหะรานเต็มไปด้วยเลือด รถบรรทุกกำลังขนศพออกไปไม่หยุด”

แม้อิหร่านจะขอเจรจา แต่ทรัมป์ย้ำว่า
“เราอาจต้องลงมือก่อนจะได้คุยกัน เพราะทนดูการปราบประชาชนแบบโหดร้ายไม่ไหว”

รัฐบาลอิหร่านสั่งตัดอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ 8 ม.ค. ทำให้โลกภายนอกตรวจสอบข้อมูลยาก
ทรัมป์เตรียมหารือ อีลอน มัสก์ ใช้ดาวเทียม Starlink ช่วยปล่อยสัญญาณเน็ตให้ประชาชนอิหร่าน

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ทรัมป์ได้รับแผนโจมตีอิหร่านแล้ว ทั้งทางอากาศ ทางไซเบอร์ สนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และคว่ำบาตรเศรษฐกิจหนักกว่าเดิม

ด้านผู้นำสูงสุดอิหร่าน คาเมเนอี ด่าผู้ประท้วงว่าเป็น “อันธพาล” และโยงว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง
อัยการสูงสุดขู่ ใครร่วมม็อบถือเป็น “ศัตรูของพระเจ้า” โทษถึงประหารชีวิต
สภาอิหร่านก็เตือนสหรัฐฯ ว่า ถ้าโจมตี ฐานทัพและเรือของสหรัฐฯ รวมถึงอิสราเอลในภูมิภาค จะกลายเป็นเป้าหมายทันที

การประท้วงเริ่มจากปัญหาค่าเงินพังปลายธันวาคม ก่อนลามเป็นการไล่รัฐบาล
ถือเป็นการลุกฮือใหญ่สุดตั้งแต่คดี มาห์ซา อามินี ปี 2022
ตอนนี้มีคนถูกจับแล้วกว่า 10,600 คน และรัฐบาลใช้โดรนบินสอดส่องผู้ประท้วงตลอด 24 ชม.

เรซา ปาห์ลาวี ลูกชายกษัตริย์อิหร่านองค์สุดท้าย บอกว่า
การประท้วงครั้งนี้ “สั่นคลอนรากฐานรัฐบาล” และการใช้กำลังกับประชาชน
“ไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่คือความกลัวว่าจะล่มสลาย”