เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันนี้ (15 ม.ค. 2569) สำนักข่าวขแมร์ ไทมส์ รายงานกรณีหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยว่า เธอเดินทางจากสนามบินนานาชาติวัตไต กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มายังท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อมาเยี่ยมเพื่อนที่จังหวัดสระบุรี แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

หญิงรายนี้ระบุว่า ก่อนซื้อตั๋วเครื่องบิน เธอได้สอบถามเจ้าหน้าที่สนามบินในลาวแล้ว และได้รับคำยืนยันว่าชาวกัมพูชาสามารถเข้าประเทศไทยได้ หากมีเอกสารครบถ้วน ทั้งตั๋วไป-กลับ หลักฐานที่พัก และเงินเพียงพอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงดอนเมือง เธอกลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ และถูกพาไปสอบสวนในห้องพิเศษ

เจ้าหน้าที่ไทยแจ้งว่า ตามนโยบายใหม่ พลเมืองกัมพูชาจะไม่สามารถเข้าประเทศไทยโดยไม่ขอวีซ่าได้อีกต่อไป ยกเว้นกรณีเดินทางมารักษาพยาบาล และต้องมีเอกสารรับรองจากโรงพยาบาลอย่างถูกต้อง เมื่อเธอสอบถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวจึงไม่แจ้งเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ไทยตอบว่า อาจเป็นเพราะฝ่ายลาวยังไม่ทราบนโยบายใหม่ของไทย

หญิงรายนี้กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกเครียดและเสียใจ จากความไม่ประสานงานกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก ทั้งที่ไม่ได้เดินทางเข้าไทยตามแผน

หลังถูกปฏิเสธ เธอและผู้โดยสารชาวกัมพูชาในเที่ยวบินเดียวกันต้องกรอกเอกสารเพิ่มเติม ถ่ายรูป และถูกขอให้ซื้อตั๋วเดินทางกลับลาวหรือกัมพูชาเอง โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก่อนที่เธอจะได้ตั๋วเที่ยวบินเกือบใบสุดท้ายเพื่อกลับเวียงจันทน์

แม้จะขอบคุณเจ้าหน้าที่สนามบินที่ช่วยจัดการเที่ยวบินใหม่ และยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติ แต่เธอระบุว่า การถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศไทยทำให้รู้สึกเหมือนทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมเสริมว่า ผู้โดยสารชาวลาวและชาวจีนที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน และมองว่าไทยกำลังเข้มงวดด้านตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา – khmertimeskh.com