วันที่ 24 ม.ค. 2569 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดยโสธร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงิน 1 ล้านบาทวันละ 9 คน ว่า เรื่องนี้เป็นการสื่อสารไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยพรรคมีเป้าหมายต้องการรวมข้อมูลการซื้อขายต่างๆ เพื่อรู้กลไกราคาต่างๆ ได้ ทางใบเสร็จ โดยให้เศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบมาเข้าระบบ เราอยากผลักดันเรื่องรัฐบาลดิจิทัล การที่เรารู้สารทุกข์สุขดิบของแต่ละคน และรู้ราคาต่างๆ ทำให้คาดหมายจีดีพีรู้รายรับรายจ่ายได้ ทำให้ออกแบบนโยบายมีการช่วยเหลือจากภาครัฐได้ดีที่สุด มีประสิทธิภาพ สำหรับเรื่องงบประมาณนำเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ เราให้คนไทยที่จะได้เงิน วันละ 9 ล้านบาท ก็พอจะสามารถดูแลตรงนี้ได้ โดยจะส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูด้วย

ถามว่า ถ้าดำเนินการไม่ได้และจัดเก็บภาษีเข้าระบบไม่ได้จะนำเงินส่วนไหนมา นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้มั่นใจว่าเพราะมีการประเมินทำการศึกษา มาก่อนปล่อยนโยบายนี้
เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์เป็นนโยบายเหมือนขายฝัน อย่างกรณีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตก็ทำไม่สำเร็จ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องสื่อสารว่าทำเรื่องเราต้องการทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ หากเราไม่มีข้อมูลต่างๆในเรื่องการซื้อขายต่างๆ ก็จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้น การนำข้อมูลของทุกคนทั้งรายรับรายจ่ายของเกษตรกรที่เดือดร้อน การค้าขายมีของราคาแพงเกินกำหนด และที่ไหนมีความคึกคัก ก็จะเข้าไปช่วยเหลือตรงนี้ได้ถูกต้อง โดยนำงบประมาณหมุนเวียนนอกระบบเข้ามาในระบบ ยืนยันได้คำนวณมาแล้วสามารถทำได้ และเป็นไปตามระบบฐานภาษี

ถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทักท้วงนโยบายนี้เปล่าประโยชน์ไม่ตรงเป้าเศรษฐกิจ นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้เป็นการรวมศูนย์ข้อมูลการจะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ ทุกประเทศมีแนวอย่างนี้อยู่แล้ว โดยต้องมีเรื่องใบเสร็จมีบุคคลเข้าสู่ระบบภาษี สำหรับธุรกิจขนาดเล็กตรงนี้จะมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำได้ ดังนั้น ถ้าเรารู้ค่าใช้จ่ายการค้าแต่ละที่แล้ว เราจะช่วยเหลือประเทศไทยได้มาก
ถามว่า เรื่องนี้มีการมองว่าไม่สามารถช่วยเหลือความยากจนได้ นายยศชนัน กล่าวว่า เรามีนโยบายที่ต้องการสื่อสารว่าต้องการ ทำให้ประเทศมีรายได้สูงตรงนี้ยังไม่ได้ตีความมากมายในการบริหารจัดการน้ำ สุดท้ายการนำเสนอรัฐบาลดิจิทัลและเราได้เปิดนโยบายคนไทยไร้จนมาแล้ว