เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท ท้องที่ สน.พระโขนง ก่อนหลบหนีไปพร้อมทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการ บช.น. และผู้บังคับบัญชาระดับสูง อาทิ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ในระดับหนึ่งแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นขอศาลออกหมายจับ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1–2 วัน และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะดำเนินการได้เร็วที่สุดภายในวันพรุ่งนี้

จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาดูลาดเลาบริเวณร้านทองตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม และกลับมาอีกครั้งในวันที่ 30 มกราคม ก่อนลงมือก่อเหตุในช่วงเวลาที่มีประชาชนอยู่ภายในห้างค่อนข้างน้อย ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการหลบหนี อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอมหรือไม่

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการยกระดับมาตรการป้องกันเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราของสายตรวจและชุดสืบสวน พร้อมเตรียมเชิญสมาคมค้าทองคำเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันเหตุ เนื่องจากราคาทองคำอยู่ในระดับสูง อาจตกเป็นเป้าของคนร้าย

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ได้เชิญพนักงานร้านทองผู้เสียหายเข้าสอบปากคำ เพื่อสอบรายละเอียดเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบน้ำหนักและมูลค่าทองคำอย่างละเอียด รวมทั้งเรียกเจ้าของทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนีเข้าสอบสวน เพื่อพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ล่าสุดจากการสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง ตำรวจสรุปว่าทองรูปพรรณของร้านที่ถูกชิงไปมีน้ำหนักรวม 179 บาท และทองรูปพรรณที่ร้านรับซื้อไว้ก่อนเกิดเหตุอีก 19 บาท รวมทองคำทั้งหมด 198 บาท คิดเป็นมูลค่า 14,850,000 บาท (อ้างอิงราคาทองคำบาทละ 75,000 บาท) และเงินสดอีก 170,000 บาท รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปทั้งหมด 15,020,000 บาท

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทหารหน้าแนวสระแก้วคึกคัก ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขต ก่อนวันลงประชามติ

“พิธา-ปิยบุตร” บุกสกลนคร ขอชาวสกลฯ ปักธงส้มยกจังหวัด ตั้ง รบ.ประชาชน ให้ได้