เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

3 ก.พ 69 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดใจสัมภาษณ์ผ่านรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ กับช่วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ 2569

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เผยว่าว่า ในการเลือกตั้ง ปี 2566 คะแนนพรรคก้าวไกล คะแนนบัญชีรายชื่อมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี บุรีรัมย์ กระบี่ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แต่ยังกาให้เราแค่ครึ่งใจ จนมาวันนี้ผมเจอคน ๆ หนึ่ง เดินมาบอกว่า บัตรบัญชีรายชื่อเดี๋ยวกาให้เลย ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน แต่เขตขอไว้นะ คนในพื้นที่เขาขอไว้ มีความเกรงใจต่อกัน ซึ่งความคิดแบบนี้อาจไม่ถูกมากนัก

เราเติบมาโดยตลอด 6 ล้านเสียง 14 ล้านเสียง ซึ่งเป้าหมายครั้งนี้ผมมั่นใจว่าเราไปถึง 20 ล้านเสียงบัญชีรายชื่อได้ โดยดูแนวโน้มการเติบโตในอดีต รวมสิ่งที่พวกเราสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทุกคนกา 2 ใบ ถึง 20 ล้านเสียง รัฐบาลประชาชนมาแน่นอน

ถ้าคาดหวัง 20 ล้านเสียงและปาร์ตี้ลิสต์เท่าไหร่ ? ไม่ใช่การตั้งเป้าเกินเหตุใช่ไหม ?

ผมว่าเป็นเป้าหมายขั้นต่ำ ที่จะไม่ให้ใครปฏิเสธเราได้อีก ซึ่งที่ผ่านมาต้องบอกว่า พรรคส้มชนะสิ่งที่เขาต้องการปฏิเสธ ซึ่งถ้าเราได้คะแนนเกินครึ่ง แปลว่าคนเกินครึ่งหนึ่งที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง มอบความไว้วางใจให้การเมืองประชาชน รัฐบาลประชาชน แม้ สส.เขต จะได้ไม่เกินครึ่งสภา ที่สุดท้ายปฏิเสธยากจริง หากคะแนนถาโถมขนาดนี้ ซึ่งเป้าหมาย ไม่ไกลเกินเอื้อม

ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล พูดไว้ว่า Worst Case หากไม่ได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่ต้องเป็นที่ 1 ของขั้ว มองว่าเขาคงไม่มาร่วมกับคุณ

แล้วแต่เขาจะเลือก ผมกลับไปที่โจทย์ก่อนว่า เราต้องการตั้งรัฐบาลประชาชน ที่นายกฯ มีสิทธิ์ในการเลือก ถ้าเราปิดประตูขาหนึ่ง เท่ากับว่าอีกขาหนึ่งมีอำนาจต่อรองสูง เรียกราคาตัวเองได้หมด และสุดท้ายเราจะสามารถตั้งรัฐบาลประชาชนที่ผมจะตั้งเงื่อนไขจริงไม่ได้ เพราะเขาเรียกราคาทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พรรคประชาชนทำ คือการบาลานซ์ ไม่ปิดประตูตัวเอง ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว แต่เพื่อโจทย์ที่เราจะตั้งรัฐบาลตามที่เราอยากเห็นได้ เรารู้ดีว่าแต่ละพรรคพยายามต่อรองตัวเองเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด

จากกรณีคลิปเสียงที่อ้างว่าหากพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาลจะเกิดการปฏิวัติ ?

ผมว่าเกิดยากมาก มีข้ออ้างอะไรให้ทหารออกมาตอนนี้ ซึ่งเรื่องการปฏิวัติแทบเป็นไปไม่ได้ ณ ตอนนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่กองทัพออกมา ใช้ข้ออ้างนักการเมืองทุจริต ซึ่งตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่มีโอกาสเข้าไปบริหาร เราจะทุจริตอย่างไร รวมถึงความเสี่ยงทางด้านคดี เราได้อุดความเสี่ยงหมดแล้ว ทั้ง สส.เขตที่มีความเสี่ยงทางด้านคดี ได้ย้ายมาลงบัญชีรายชื่อ รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ มีเพียง 3 คน