เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “กระชากหน้ากากครูหื่น” เข้าจับกุมนายนนทวัฒน์ อายุ 27 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี หลังสืบสวนพบพฤติกรรมใช้บัญชีอวตารหลอกล่อเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ถ่ายภาพและคลิปวิดีโออนาจารแลกเงิน ก่อนเปลี่ยนเป็นการข่มขู่เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องเช่าในอำเภอเกาะโพธิ์ จังหวัดชลบุรี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และฮาร์ดดิสก์อีก 3 เครื่อง ภายในพบไฟล์วิดีโออนาจารของเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี มากกว่า 1,500 ไฟล์

จุดเริ่มต้นคดี

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อกลางปี 2566 ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ถูกผู้ต้องหาทักข้อความระหว่างไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์ม TikTok โดยใช้โปรไฟล์ปลอมรูปบุคคลหน้าตาดี เสนอเงิน 10,000 บาท แลกกับการถ่ายภาพและคลิปวิดีโอช่วยตัวเองส่งให้

เมื่อเด็กหลงเชื่อและส่งคลิปไป กลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลง และถูกบล็อกการติดต่อในทันที ต่อมาผู้ต้องหาได้สร้างบัญชีใหม่กลับมาข่มขู่ว่าจะเผยแพร่คลิป หากไม่ยอมส่งคลิปเพิ่มเติม เด็กจึงจำยอมทำตามเพราะความหวาดกลัว

ช่วงปลายปี 2568 ผู้ต้องหายังสวมรอยเป็นบุคคลอื่น ทักมาอ้างว่าเห็นคลิปหลุดในโซเชียล และเสนอช่วยลบคลิปโดยเรียกเงิน 5,000 บาท ก่อนเปลี่ยนข้อเสนอเป็นการบังคับให้เด็กมามีเพศสัมพันธ์แลกกับการลบคลิป

ผู้เสียหายกว่า 100 ราย

ด้วยความกลัว เด็กชายจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้ปกครองทราบ ก่อนเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) จนนำไปสู่การสืบสวนและขอศาลออกหมายจับ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุลักษณะนี้มานานกว่า 5 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย มีเหยื่อเป็นเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ต่ำกว่า 100 ราย

เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาหลายกระทง อาทิ

  • บังคับ ขู่เข็ญ หรือชักจูงให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

  • แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก

  • ครอบครองสื่อลามกเด็กเพื่อประโยชน์ทางเพศ

  • พยายามรีดเอาทรัพย์

เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบผู้เสียหายเพิ่มเติม

เตือนภัยผู้ปกครอง-เยาวชน

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภัยออนไลน์สามารถแฝงตัวมาในคราบของบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือ หรือแม้แต่บุคคลใกล้ชิดที่เด็กให้ความเคารพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แนะนำว่า

  • เด็กและเยาวชนควรหลีกเลี่ยงการส่งภาพหรือคลิปส่วนตัวให้ผู้อื่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

  • หากถูกข่มขู่ ควรรีบแจ้งผู้ปกครองหรือครูที่ไว้ใจได้ทันที

  • ผู้ปกครองควรเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเข้าใจ ไม่ตำหนิซ้ำเติม เพื่อให้เด็กกล้าเล่าปัญหา

เพราะในโลกออนไลน์ “ความลับ” อาจไม่เคยเป็นความลับ และภาพเพียงหนึ่งภาพ อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ย้อนกลับมาทำร้ายผู้เสียหายได้ตลอดชีวิต

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“สรยุทธ” ฟาดนิ่ม! ประเด็น Laser ID ลั่น “ควาย” ไม่ใช่คำหยาบ แต่คือสัตว์แสนรู้ที่อยากเลี้ยงตอนบั้นปลาย

กิตติศักดิ์ เตือนแรง! บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ลับ คนทำอาจติดคุก