เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ มูลค่ากว่า 657 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤต หลังสิ้นสุดสัญญาก่อสร้างรวมถึงระยะเวลาที่ขยายเพิ่มเติมเกือบ 2 ปี แต่ผลงานก่อสร้างคืบหน้าเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น ขณะที่ล่าสุดพบผู้รับเหมาทยอยขนย้ายรถ คนงาน และอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเข้าข่าย “ทิ้งงาน”
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 คณะติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานด้านตรวจสอบและปราบปรามทุจริต รวม 24 คน ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่
นายสิทธิภัทร ปาละนันทน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ รายงานว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงินรวม 657,115,400 บาท โดยได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า บริษัทอัครกร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
สัญญาก่อสร้างมีวงเงิน 539,995,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน จำนวน 237 งวดงาน เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 และสิ้นสุดสัญญาเดิมวันที่ 14 มีนาคม 2567
อย่างไรก็ตาม โครงการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องขยายระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มอีก 554 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2568
แต่เมื่อครบกำหนดแล้ว ความคืบหน้าของโครงการกลับดำเนินการได้เพียงร้อยละ 25.13 เท่านั้น ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับวันละ 539,995 บาท
สำหรับขอบเขตงานก่อสร้าง ประกอบด้วย
-
อาคารศาลากลางจังหวัด สูง 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง
-
อาคารหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง จำนวน 1 หลัง
-
อาคารโรงอาหาร จำนวน 1 หลัง
-
อาคารสโมสรร้านค้า จำนวน 1 หลัง
-
งานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบ
ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณ พบว่ามีการจ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาแล้วร้อยละ 15 เป็นเงินประมาณ 81 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายงานแล้ว 36 งวด รวม 63,759,200 บาท ขณะที่ยังเหลืองานอีกกว่า 201 งวด คิดเป็นวงเงินประมาณ 395 ล้านบาท หรือร้อยละ 73 ของโครงการ
ด้าน นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมามีการขนย้ายรถ คนงาน และอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ก่อสร้างแล้ว จึงมีแนวโน้มว่าจะเข้าข่ายทิ้งงาน
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง พร้อมทั้งเตรียมหาผู้รับเหมารายใหม่มาดำเนินการก่อสร้างต่อ รวมถึงตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับงบประมาณของรัฐ และตรวจสอบว่าเนื้องานที่ก่อสร้างไปแล้วสอดคล้องกับงบประมาณที่เบิกจ่ายไปหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างได้ชี้แจงว่าสาเหตุที่โครงการล่าช้าเกิดจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงขั้นตอนระบบราชการบางประการ
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ถือเป็นโครงการสำคัญของจังหวัด หากเกิดการทิ้งงานจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่และการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ.
ข่าวที่น่าสนใจ
น้ำมันแพงสะเทือนปอยเปต ชาวเขมรต่อคิวยาวข้ามวัน ปั๊มหลายแห่งขายเกลี้ยง
ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แจงดราม่าทิ้งเงินสด เผยประกาศไว้แล้วตั้งแต่ต้น