เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันที่ 12 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงส่งแรงสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลก หลัง เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่าน ออกมาเตือนว่าทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันมากกว่าสองเท่า

โซลฟากอรีระบุว่า ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของภูมิภาค พร้อมกล่าวโทษว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางไร้เสถียรภาพ และยืนยันว่า อิหร่านจะยังคงโจมตีเรือสินค้าที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของอิหร่าน

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองกำลังทหารอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกสินค้าหลายลำในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ เรือ “มยุรี นารี” ของไทย ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี

โฆษกทหารอิหร่านยังเตือนเพิ่มเติมว่า อิหร่านอาจขยายการตอบโต้ไปยัง ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล หากสถานการณ์ยังคงยกระดับต่อไป

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความวิตกต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นมากกว่า 7% ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในภูมิภาคอาจลุกลามและกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ

ขณะเดียวกัน ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทาน ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร

ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทานและพยายามควบคุมไม่ให้ราคาพลังงานพุ่งสูงเกินไป.