วันนี้ (17 มี.ค. 2569) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์น้ำมันในประเทศว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันยังมีเพียงพอใช้งาน โดยข้อมูลล่าสุดจาก ปตท. และกระทรวงพลังงาน ระบุว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 96 วัน
สำหรับกรณีที่พบสถานีบริการน้ำมันบางแห่งปิดให้บริการเป็นช่วง ๆ หรือขาดน้ำมันบางชนิดนั้น สาเหตุหลักมาจากปัญหาด้านการขนส่งที่ไม่ทันต่อความต้องการ ประกอบกับสถานีบริการขนาดเล็กหรือไม่มีแบรนด์กว่า 23,000 แห่ง ไม่มีน้ำมันจำหน่าย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากแห่ไปใช้บริการสถานีของบริษัทแม่ เช่น เชลล์ ปตท. ซัสโก้ บางจาก พีที และคาลเท็กซ์ ซึ่งมีอยู่ราว 10,000 แห่ง ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะตึงตัวชั่วคราว
นายพิพัฒน์ ระบุว่า รัฐบาลจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไข โดยเฉพาะการบริหารจัดการระบบขนส่งน้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในด้านราคาน้ำมัน เปิดเผยว่า วันที่ 18 มี.ค. จะมีการปรับราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซล โดยดีเซลจะเริ่มขยับขึ้นเล็กน้อยในระดับ “หลักสตางค์” และจะพยายามควบคุมราคาไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินมีการปรับขึ้นไปแล้วในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รัฐยังมีแผนปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ โดยเฉพาะดีเซลให้มีลักษณะคล้ายกับเบนซินที่มีหลายสูตร เช่น E10, E20 และ E85 พร้อมเตรียมผลักดันการใช้ B20 สำหรับภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และการเกษตร ซึ่งคาดว่าจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณ 4-5 บาทต่อลิตร แต่ยังต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุม
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันติดลบกว่า 12,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มอาจขยายถึง 40,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งอาจต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ทั้งนี้หากรัฐบาลชุดใหม่ยังไม่เข้ามาบริหาร อาจต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ในด้านการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้มีการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งเดิมประมาณ 50% และอยู่ระหว่างหาแหล่งใหม่เข้ามาเสริม ล่าสุด สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับรัฐบาลรัสเซีย เพื่อขอซื้อน้ำมันดิบเพิ่มเติม ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน และเชื่อว่าการเจรจาระหว่างประเทศในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ จะได้รับความร่วมมือมากขึ้นจากทุกฝ่าย